บริเวณขมับเป็นหนึ่งในจุดเล็ก ๆ บนใบหน้าที่หลายคนมักมองข้าม ทั้งที่ความอิ่มฟูของขมับมีผลอย่างมากต่อภาพรวมของรูปหน้า เมื่อขมับยุบ แบน หรือขาดความเต็ม แนวสันหน้าและโครงหน้าจะดูแข็ง หน้าดูโทรม เหนื่อยล้า และทำให้ใบหน้าดูแก่กว่าวัยโดยไม่รู้ตัว
การ ฉีดขมับ จึงเป็นหัตถการที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเป็นการเติมเต็มเนื้อขมับให้กลับมาอิ่มฟู สมดุล และรับกับส่วนอื่นของใบหน้า ซึ่งสามารถทำได้สองวิธีหลัก คือ ฉีดฟิลเลอร์ หรือ ฉีดไขมัน
ทั้งสองวิธีช่วยแก้ปัญหาขมับตอบได้อย่างเป็นธรรมชาติ ใช้เวลาไม่นาน เห็นผลทันทีหลังทำ และช่วยปรับรูปหน้าให้ละมุน อ่อนเยาว์ และมีมิติที่สวยงามมากขึ้น ทั้งยังสร้างความสมดุลให้สัดส่วนใบหน้าโดยรวมอย่างชัดเจนอีกด้วย
ทำไมหลายคนถึงต้อง ฉีดขมับ? ปัญหาที่สามารถแก้ได้
1. ขมับตอบ ขมับแบน ทำให้หน้าดูโทรม
2. โหนกแก้มดูชัดขึ้นเพราะเนื้อขมับยุบ
3. หน้าดูแก่ก่อนวัย
4. ทำให้คิ้วตก หางตาตก
5. หน้าดูไม่หวาน ไม่ละมุน
ฉีดขมับ ช่วยเรื่องอะไรบ้าง?
- เติมเต็มเนื้อขมับให้ดูอิ่มฟู
- ทำให้หน้าเรียวละมุนขึ้น
- ลดโหนกแก้มชัด
- ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้น
- ทำให้รูปหน้า V-shape ดูสมูทขึ้น
- ช่วยให้หน้าดูหวานขึ้น (โดยเฉพาะในผู้หญิง)
- บางรายช่วยยกคิ้ว ยกหางตาเล็กน้อย
ฉีดขมับ เหมาะกับใคร?
- ผู้ที่มีปัญหาขมับตอบ ขมับแบน
- ผู้ที่อยากปรับให้ใบหน้าดูหวาน
- ผู้ที่ถ่ายรูปแล้วหน้าดูโทรม
- คนที่อยากเติมเต็มสัดส่วนให้ใบหน้าสมดุล
- ผู้ที่ไม่อยากผ่าตัด ไม่อยากพักฟื้นนาน
- เหมาะทั้งผู้หญิงและผู้ชาย
วิธีฉีดขมับ มีกี่แบบ?
1) ฉีดขมับ ด้วยฟิลเลอร์ (Filler Temple)
ฟิลเลอร์ขมับ คืออะไร?
การ ฉีดฟิลเลอร์ขมับ คือ การใช้สารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acid (HA) มาช่วยเติมเต็มบริเวณที่ยุบแบน เพื่อให้ขมับดูอิ่มฟูและได้รูปมากขึ้น ฟิลเลอร์ HA เป็นสารที่ใกล้เคียงกับสารตามธรรมชาติในผิว จึงปลอดภัยสูง และสามารถสลายได้เองตามเวลา โดยปกติผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 12–18 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดฟิลเลอร์และการดูแลของแต่ละบุคคล ถือเป็นวิธีที่แก้ปัญหาขมับตอบได้ชัดเจนและรวดเร็ว เห็นผลทันทีหลังทำข้อดีของการ ฉีดฟิลเลอร์ขมับ
- เห็นผลทันที หลังฉีดสามารถสังเกตความอิ่มฟูและมิติของใบหน้าได้ทันที
- ปรับรูปหน้าได้ละเอียด ช่วยแก้ปัญหาเฉพาะจุดได้ดี แพทย์ควบคุมทรงและปริมาณได้อย่างแม่นยำ
- สลายได้หากมีปัญหา หากต้องการแก้ไข สามารถฉีดสลายฟิลเลอร์ได้อย่างปลอดภัย
- ใช้เวลาทำไม่นาน โดยทั่วไปใช้เวลาเพียง 15–20 นาที
- ไม่ต้องพักฟื้น ทำเสร็จสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
ข้อควรระวังของ ฟิลเลอร์ขมับ
- ต้องเลือกฟิลเลอร์แท้เท่านั้น เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ
- ควรทำโดยแพทย์ที่เชี่ยวชาญ เพราะบริเวณขมับมีเส้นเลือดสำคัญจำนวนมาก ความผิดพลาดอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อน
- หากฉีดลึกเกินไป อาจเกิดความเสี่ยงต่อเส้นเลือดอุดตัน
- หากฉีดตื้นเกินไป ฟิลเลอร์อาจรวมตัวเป็นก้อนหรือเห็นเป็นแนวไม่เรียบ
- ต้องประเมินปริมาณให้เหมาะสม เพื่อความบาลานซ์ของมิติใบหน้า
ปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้ (โดยประมาณ)
- ข้างละ 1–2 cc สำหรับคนที่ขมับตอบระดับเล็ก–ปานกลาง
- ในกรณีที่ตอบมาก อาจต้องใช้ 2–3 cc ต่อข้าง เพื่อให้เห็นผลลัพธ์ที่สมบูรณ์ขึ้น
ฟิลเลอร์ขมับ เหมาะกับใครมากที่สุด
- ผู้ที่ต้องการเห็นผลลัพธ์แบบ ทันทีหลังทำ
- ผู้ที่มีปัญหาขมับตอบ ระดับเล็กถึงปานกลาง
- ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าแบบละเอียด และอยาก คุมปริมาณให้ได้ทรงตามต้องการ
- ผู้ที่ไม่อยากพักฟื้นนาน หรืออยากทำหัตถการที่แก้ไขง่ายหากไม่พอใจผลลัพธ์
2) ฉีดขมับ ด้วยไขมันตัวเอง (Fat Grafting / Fat Transfer)
ฉีดไขมันขมับ คืออะไร?
การฉีดไขมัน ขมับ เป็นการนำ ไขมันของตัวเองจากบริเวณที่มีไขมันส่วนเกิน เช่น หน้าท้อง ต้นขา หรือสะโพก มาผ่านกระบวนการคัดแยกและทำให้บริสุทธิ์ จากนั้นแพทย์จะนำไขมันที่เตรียมไว้มา ฉีดเติมเต็มบริเวณขมับที่ยุบแบน ช่วยให้ใบหน้ากลับมาอิ่มฟูและดูอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ วิธีนี้เหมาะมากสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่อยู่ได้นานกว่าฟิลเลอร์ เพราะไขมันส่วนหนึ่งสามารถอยู่ถาวรหลังเข้าที่แล้วข้อดีของการ ฉีดไขมันขมับ
- ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติมาก เพราะใช้ไขมันของตัวเอง เนื้อสัมผัสและความอิ่มฟูจึงดูเนียนกลืนกับผิวเดิม
- อยู่ได้นานกว่า ไขมันที่รอดชีวิตหลังเข้าที่จะอยู่คงทนในระยะยาว ซึ่งบางส่วนถือว่าเป็นผลลัพธ์ถาวร
- เหมาะสำหรับคนที่ขมับตอบมาก ๆ เนื่องจากสามารถใช้ไขมันในปริมาณมากได้โดยไม่ต้องกังวลต้นทุนต่อ cc
- เติมหลายจุดพร้อมกันได้ เช่น ใต้ตา แก้มตอบ ร่องแก้ม เพื่อปรับมิติใบหน้าแบบองค์รวม
- ความเสี่ยงแพ้น้อยมาก เพราะใช้เซลล์ไขมันของตัวเอง ไม่มีสารแปลกปลอม
ข้อควรระวังของไขมันขมับ
- ต้องมีการดูดไขมันก่อนทำ จึงใช้เวลามากกว่าฟิลเลอร์และมีรอยแผลเล็กจากการดูดไขมัน
- ไขมันอาจสลายได้ 30–40% ในช่วง 1–3 เดือนแรก ทำให้ต้องเผื่อปริมาณไว้เล็กน้อย
- ต้องอาศัยความชำนาญในการฉีดสูง เพื่อให้ไขมันกระจายตัวสวยและติดดีในชั้นผิวที่เหมาะสม
- ไม่เหมาะกับคนที่ผอมมาก หรือคนที่ไม่มีบริเวณสำหรับดูดไขมัน
- ต้องมีระยะพักฟื้นสั้น ๆ ทั้งบริเวณที่ดูดไขมันและบริเวณที่ฉีด แม้จะไม่มากแต่ต้องดูแลตามคำแนะนำแพทย์
ปริมาณไขมันที่ใช้โดยประมาณ
- ปกติจะใช้ มากกว่าฟิลเลอร์ เนื่องจากต้องเผื่อปริมาณที่จะสลายหลังฉีด
- แพทย์มักเตรียมไขมันในปริมาณที่เพียงพอสำหรับการเกลี่ยให้สวยและเติมจุดอื่นร่วมด้วย (หากต้องการ)
ฉีดไขมัน ขมับเหมาะกับใครมากที่สุด?
- ผู้ที่มีปัญหา ขมับตอบมากเป็นพิเศษ ซึ่งฟิลเลอร์อาจต้องใช้จำนวนมาก
- ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ อยู่ได้นานกว่า และดูละมุนแบบธรรมชาติ
- ผู้ที่ต้องการเติมหลายบริเวณบนใบหน้าในครั้งเดียว เช่น ใต้ตา แก้มตอบ ขมับ
- ผู้ที่มีไขมันเพียงพอในส่วนต่าง ๆ ของร่างกายสำหรับนำมาใช้
- ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ดูสวยกลืนไปกับผิว ไม่ตั้งใจว่ามีการฉีดอะไรเข้าไป
ขั้นตอนการ ฉีดขมับ
- ปรึกษาแพทย์ ประเมินรูปหน้า
- ถ่ายรูปก่อนทำ
- ทำความสะอาด + ทายาชา
- ฉีดฟิลเลอร์หรือไขมันตามจุด
- ประคบเย็น หลังทำ
- แนะนำการดูแลหลังทำ
- นัดติดตามผล
การดูแลตัวเองหลัง ฉีดขมับ
- งดจับ กด นวด บริเวณที่ฉีด 48 ชม.
- งดซาวน่า ออกกำลังกายหนัก 48–72 ชม.
- หากบวมสามารถประคบเย็นได้
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ (เหมาะสำหรับฟิลเลอร์ HA)
- นัดติดตามผลตามแพทย์แนะนำ
คุณภาพเป็นเลิศ
ทีมงานบริการด้วยความรู้ และประสบการณ์ด้านความงาม เพื่อให้ลูกค้าทุกท่าน ได้รับความพึงพอใจสูงสุด
ค่าบริการชัดเจน
เราจะแจ้งค่าใช้จ่ายทุกขั้นตอน ก่อนเริ่มต้นให้บริการ เพื่อให้คุณมั่นใจว่า ค่าใช้จ่ายคุณจะไม่เกินงบประมาณ
แพทย์ประสบการณ์สูง
มีคุณวุฒิ เอกสารประกอบวิชาชีพถูกต้องตามกฎแพทยสภา ผ่านการรักษามากมากกว่า 10,000 รายฉีดขมับ อยู่ได้นานแค่ไหน?
- 12–18 เดือน
- อยู่ได้นานขึ้นหากใช้เกรดแข็ง (เช่น เติมโครงหน้า)
- คงอยู่ถาวร 50–70% หลังเข้าที่
- หากน้ำหนักลดเยอะ อาจทำให้ขมับยุบได้อีก


นักเขียนบทความสุขภาพ รัตตินันท์ คลินิก ทำหน้าที่ ค้นคว้าและตรวจสอบงานวิจัยล่าสุด ทั้งเรื่องผิวหนัง สารออกฤทธิ์ เลเซอร์ และศัลยกรรมความงาม เพื่อนำความรู้ที่ซับซ้อนเหล่านั้นมา แปลให้เป็นภาษาที่เข้าใจง่าย ถูกต้อง และเชื่อถือได้ เป้าหมายหลักคือการทำให้ข้อมูลทุกชิ้นที่คลินิกสื่อสารออกไปนั้น มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ (Evidence-based) เพื่อให้คุณผู้อ่านสามารถ ตัดสินใจเลือกการดูแลผิวหรือหัตถการได้อย่างมั่นใจและเหมาะสม โดยไม่ถูกชี้นำเกินจริง และเข้าใจถึงกลไกที่แท้จริงเบื้องหลังผลลัพธ์นั้น ๆ