Vbeam laser (วีบีม เลเซอร์) คืออะไร
หลักการทำงานของ Vbeam laser
Vbeam laser ช่วยเรื่องอะไรบ้าง
รอยแดงจากสิวที่ฝังลึก (PIE)
เส้นเลือดฝอยบนใบหน้าและจมูก
ภาวะผิวหน้าแดงจากโรคโรซาเชีย (Rosacea)
รอยแผลเป็น แผลเป็นนูน และรอยแตกลายแดง
ข้อดี และ ข้อควรระวังของการทำ Vbeam laser
ข้อดีของ Vbeam laser
- เจาะจงต่อเส้นเลือดและรอยแดงโดยเฉพาะ: ด้วยความยาวคลื่น 595 นาโนเมตรที่ถูกออกแบบมาเพื่อจัดการกับปัญหาเส้นเลือดใต้ผิวหนัง จึงให้ผลลัพธ์ที่ตรงจุดและแม่นยำกว่าการใช้เลเซอร์แบบครอบจักรวาล
- อ่อนโยน ไม่ทำร้ายผิวรอบข้าง: ระบบทำความเย็นอัจฉริยะ (Dynamic Cooling Device หรือ DCD) จะช่วยปกป้องผิวชั้นนอกและลดความรู้สึกสะสมความร้อน ทำให้เป็นมิตรกับผู้ที่มีผิวบอบบางหรือผิวที่กำลังมีการอักเสบ
- ไม่ต้องพักฟื้นนาน: หลังทำอาจมีเพียงอาการผิวแดงหรือบวมเล็กน้อยประมาณ 1-2 วัน ซึ่งสามารถใช้ชีวิตประจำวันและแต่งหน้าทับได้ตามปกติ
- ครอบคลุมหลายปัญหาผิว: สามารถดูแลได้ทั้งรอยแดงจากสิว (PIE) ปัญหาเส้นเลือดฝอย โรคหน้าแดง (Rosacea) ไปจนถึงการช่วยปรับสภาพรอยแผลเป็นให้ดูดีขึ้น
- มีงานวิจัยรองรับอย่างยาวนาน: เทคโนโลยี Pulsed Dye Laser มีการใช้งานในทางคลินิกมานานกว่า 30 ปี และมีข้อมูลผลลัพธ์สะสมมาก จึงมั่นใจได้ในเรื่องของมาตรฐานและความปลอดภัย
ข้อควรระวังของ Vbeam laser
- อาจเกิดรอยช้ำชั่วคราว: ในบางกรณีที่แพทย์จำเป็นต้องใช้พลังงานสูง อาจทำให้เกิด Purpura (รอยช้ำม่วงใต้ผิว) ซึ่งจะค่อย ๆ จางหายไปเองในช่วง 7-14 วัน หากมีนัดหมายสำคัญควรแจ้งแพทย์ล่วงหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงการใช้พลังงานในระดับนี้
- ไม่เหมาะกับผู้ที่มีผิวสีคล้ำ: ผู้ที่มีผิวสีน้ำตาลถึงคล้ำ (Fitzpatrick IV-VI) หรือผู้ที่เพิ่งผ่านการตากแดดจัดมาอย่างหนัก ไม่เหมาะกับหัตถการนี้ เนื่องจากเม็ดสีเมลานินบนผิวอาจแย่งดูดซับพลังงานแสงจากเส้นเลือด ซึ่งเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดผิวไหม้หรือรอยดำหลังทำได้
- ต้องใช้เวลาในการรักษาต่อเนื่อง: สำหรับปัญหาเรื้อรังอย่างโรค Rosacea หรือเส้นเลือดฝอยที่ฝังลึกมานาน มักจะไม่หายขาดในการทำเพียงครั้งเดียว และจำเป็นต้องทำซ้ำประมาณ 3-5 ครั้งขึ้นไป เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและยั่งยืน
- ผลลัพธ์แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล: การตอบสนองต่อเลเซอร์ขึ้นอยู่กับสภาพผิว ความลึกของรอย สีผิวเดิม และประวัติการใช้ยา ดังนั้นจึงควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์อย่างละเอียดเพื่อวางแผนการรักษาก่อนเสมอ
Vbeam laser เหมาะกับใคร
คนที่มีรอยแดงจากสิวค้างนานและดูแลเองไม่หาย
คนที่มีปัญหาเส้นเลือดฝอยบนใบหน้าชัดเจน
คนที่มีผิวบอบบาง แพ้ง่าย ทนเลเซอร์รุนแรงไม่ได้
คนที่ต้องการดูแลรอยแดงหลังการผ่าตัดหรือหัตถการอื่น
Vbeam laser ไม่เหมาะกับใคร
ผู้ที่มีผิวสีคล้ำหรือเพิ่งตากแดดจัด (Fitzpatrick IV-VI)
ผู้ที่มีผิวสีน้ำตาลถึงคล้ำ (Fitzpatrick IV-VI) จะมีปริมาณเม็ดสีเมลานินสูง ซึ่งเมลานินเหล่านี้อาจแย่งดูดซับพลังงานแสงจากเป้าหมายหลักที่เป็นเส้นเลือด ส่งผลให้ประสิทธิภาพการรักษาลดลง และยังเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดรอยดำหลังทำ (PIH) ผู้ที่มีสภาพผิวในกลุ่มนี้ควรหลีกเลี่ยงการโดนแดดจัดอย่างน้อย 4 สัปดาห์ก่อนทำ หรือให้แพทย์พิจารณาทางเลือกอื่นที่ปลอดภัยกว่าสตรีมีครรภ์และผู้ที่กำลังให้นมบุตร
ผู้ที่ใช้ยาที่ทำให้ผิวไวต่อแสง (Photosensitizing Drugs)
ผู้ที่มีโรคผิวหนังกำเริบหรือมีประวัติแผลเป็นนูนรุนแรง
Vbeam laser เจ็บไหม
เปรียบเทียบ Vbeam Laser แตกต่างจาก Pico Laser อย่างไร
Vbeam Laser | Pico Laser | |
เป้าหมายหลัก | เส้นเลือดและรอยแดง | เม็ดสีและรอยดำ |
ความยาวคลื่น | 595 nm (Pulsed Dye) | 532 / 1064 nm (Enlighten III) |
ปัญหาที่เหมาะสม | รอยแดงจากสิว (PIE) โรคหน้าแดง (Rosacea) และเส้นเลือดฝอย | รอยดำจากสิว (PIH) ฝ้า กระ และความหมองคล้ำ |
กลไกการทำงาน | ใช้ความร้อนทำลายฮีโมโกลบินในเส้นเลือด | สลายเม็ดสีเมลานินด้วยความเร็วระดับพิโควินาที |
ความเหมาะสมกับผิวบอบบาง | เหมาะมาก (มีระบบทำความเย็น DCD ช่วยปกป้องผิว) | เหมาะสม (ความร้อนสะสมน้อย) |
ระยะเวลาพักฟื้น (Downtime) | 1-2 วัน (บางพารามิเตอร์อาจเกิดรอยช้ำม่วงชั่วคราว) | 1-3 วัน |
สรุป Vbeam laser คืออะไร เหมาะกับใครบ้าง
ทีมแพทย์รักษาผิวพรรณ
รัตตินันท์ คลินิก
พญ. รัตตินันท์ ตรีรัตน์
ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ
พญ. นฤมล วิเชียร
แพทย์หญิง
พญ. จุฑามาศ ตันคุณากร
แพทย์โรคผิวหนัง


นักเขียนบทความสุขภาพ รัตตินันท์ คลินิก ทำหน้าที่ ค้นคว้าและตรวจสอบงานวิจัยล่าสุด ทั้งเรื่องผิวหนัง สารออกฤทธิ์ เลเซอร์ และศัลยกรรมความงาม เพื่อนำความรู้ที่ซับซ้อนเหล่านั้นมา แปลให้เป็นภาษาที่เข้าใจง่าย ถูกต้อง และเชื่อถือได้ เป้าหมายหลักคือการทำให้ข้อมูลทุกชิ้นที่คลินิกสื่อสารออกไปนั้น มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ (Evidence-based) เพื่อให้คุณผู้อ่านสามารถ ตัดสินใจเลือกการดูแลผิวหรือหัตถการได้อย่างมั่นใจและเหมาะสม โดยไม่ถูกชี้นำเกินจริง และเข้าใจถึงกลไกที่แท้จริงเบื้องหลังผลลัพธ์นั้น ๆ