บทความนี้ผ่านการตรวจสอบทางการแพทย์โดย ดร. นายแพทย์ทวีชัย ทวีเจริญกุล
ไขมันกระพุ้งแก้ม คืออะไร ?
ไขมันกระพุ้งแก้ม (Buccal Fat Pad) คือ กลุ่มของก้อนไขมันที่โดยปกติร่างกายเรามีอยู่แล้ว เป็นไขมันของแก้มที่อยู่ลึกระหว่างกล้ามเนื้อที่ใช้ในการเคี้ยว ทุกคนมีเจ้าก้อนไขมันตรงแก้มนี้อยู่แล้ว แต่จะมีมากมีน้อยแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับพันธุกรรมของแต่ละคน ซึ่งเราจะเห็นได้ว่า บางคนดูหน้าอวบๆ มาตั้งแต่กำเนิด ทั้งที่ก็ไม่ได้อ้วน ซึ่งไขมันตรงนี้ จริงๆ แล้วไม่ได้มีอันตรายอะไร แต่ถ้ามีมากก็จะทำให้เกิดความกังวลใจ ไม่มั่นใจ เพราะดูไม่สมส่วน ไม่สวยงาม
ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม (Buccal Fat Pad Removal) คืออะไร
ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม (Buccal Fat Pad Removal) เป็นการนำส่วนไขมันชั้นในที่ลึกสุดของใบหน้าอยู่ใกล้กระพุ้งแก้มออกมา ซึ่งไขมันกระพุ้งแก้มนี้จะอยู่ชิดกับภายในช่องปากมากกว่าผิวหนังใบหน้า จึงนิยมผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มผ่านทางช่องปาก
การ ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม เหมาะกับใคร ?
การตัดไขมันกระพุ้งแก้มเหมาะ สำหรับผู้ที่มีไขมันกระพุ้งแก้มมาก มีลักษณะใบหน้ากลม มีแก้มเยอะ รวมถึงเป็นวิธีทางการแพทย์ที่ตอบโจทย์กับผู้ที่มีน้ำหนักปกติแต่ไขมันสะสมที่แก้มเยอะ แต่ถึงอย่างไร การผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ เพื่อให้แพทย์ประเมินความเหมาะสมของรูปหน้าก่อนทำการผ่าตัด รวมทั้งการตัดไขมันกระพุ้งแก้มเป็นบริเวณที่อยู่ใกล้กับต่อมน้ำลายจึงจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดโดยศัลยแพทย์ที่เชี่ยวชาญเท่านั้น
ขั้นตอนผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มทำอย่างไร ?
การผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มต้องดำเนินการผ่าตัดโดยศัลยแพทย์ตกแต่งที่มีความชำนาญเท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้มีการเอาไขมันออกมากเกินไปจนแก้มตอบ การผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มจะสามารถใช้ยาชาเฉพาะที่ได้ ทำในห้องผ่าตัดที่สะอาด ใช้เวลาเพียง 30 นาทีก็เสร็จ ฟื้นตัวเร็ว ไม่จำเป็นต้องตัดไหมเพราะใช้ไหมละลาย ไขมันที่เอาออกมาหลังการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มจะมีขนาดประมาณลูกปิงปอง หากจะให้ได้ผลดีต่อรูปหน้าโดยรวม บางครั้งศัลยแพทย์อาจทำร่วมกับการเสริมคางและปรับรูปหน้าด้วยวิธีอื่นๆ ให้สวยขึ้นร่วมด้วย
ก่อน ผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม อะไรบ้างต้องรู้ ?
แม้ว่าการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มจะสามารถทำได้ทุกคน แต่ก็ใช่ว่าจะเหมาะสมกับทุกวัย ความจริงเรื่องหนึ่งที่ทุกคนควรรู้ไว้ คือไขมันใต้ผิวหนังบริเวณใบหน้าวัยรุ่นจะมีมากในวัยเด็ก แต่พอเราอายุมากขึ้น ไขมันตรงส่วนนี้จะลดลงเอง กล่าวคือ ไขมันที่ใบหน้าจะลดไปตามอายุที่เพิ่มขึ้น
หมอส่วนใหญ่จึงแนะนำว่า ถ้าต้องการที่จะผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม ควรทำเมื่ออายุ 20 ปี ขึ้นไป เพราะหากทำเร็วเกินไป จะทำให้การผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มออก มีแนวโน้มที่จะเอาไขมันออกมากเกินไป เมื่อเวลาผ่านไป รูปหน้ามีการปรับเปลี่ยนตามธรรมชาติ ไขมันใต้ผิวหนังที่แก้มลดลง ก็จะทำให้แก้มดูตอบมากเกินไป เป็นผลให้ดูแก่กว่าวัยได้
ลดน้ำหนักแล้ว แต่ ทำไมไขมันกระพุ้งแก้มไม่ลดลง ?
เนื่องจากไขมันกระพุ้งแก้ม บางครั้งเป็นไขมันที่เกิดจากพันธุกรรม โดยเฉพาะสาวๆ ชาวเอเชีย ที่ไม่ได้มีรูปหน้าเรียวยาวแบบฝรั่งถึง แม้จะลดน้ำหนักจนถึงที่สุดแล้ว ใบหน้าก็แทบจะไม่เปลี่ยนแปลง ในทางกลับกัน บางคนมีรูปร่างอ้วนมาก แต่กลับมีใบหน้าสวยไม่อ้วนกลม ประมาณว่าหน้าสวยตัวใหญ่ก็มี ดังนั้นจึงเป็นเรื่องของพันธุกรรมที่แก้ไม่ได้ง่ายๆ ด้วยความนิยมเทรนด์หน้าเรียว หน้าเล็กนี่เอง จึงทำให้การ ฉีดสลายไขมัน กระพุ้งแก้ม และ การศัลยกรรมผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มได้รับความนิยมไปด้วย ทำเพื่อปรับแก้รูปหน้า ทำให้ใบหน้าเรียวเล็กลงอย่างได้ผล
ถ้าไม่อยากผ่าตัด มีวิธีไหนกำจัดไขมันกระพุ้งแก้มได้อีกบ้าง ?
การฉีดสลายแฟตลดแก้ม (Meso FAT) หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า ฉีดแฟต เป็นฉีดยาละลายไขมันบริเวณแก้มโดยตรง ปรับรูปหน้าได้โดยไม่ต้องผ่าตัด เพื่อช่วยลดแก้มให้เรียวขึ้น จึงเหมาะกับคนที่มีไขมันสะสมไม่มากนัก
อย่างไรก็ตาม การฉีดสลายไขมัน หรือ ฉีดสลายแฟต นั้นผลลัพธ์จะไม่ถาวร มีโอกาสที่ไขมันแก้มจะกลับมาได้ หลังจากฉีดสลายไขมันต้องควบคุมเรื่องอาหารการกินบางประเภท เช่น ลดของมัน ของหวาน ของทอด หรืออาหารที่มีไขมันเยอะ เนื่องจากมีส่วนให้ไขมันแก้มนั้นกลับมาได้ไวยิ่งขึ้น
รู้ได้อย่างไร เราควรกำจัดไขมันแก้มวิธีไหนดี ?
ไขมันบริเวณแก้มของเรามีอยู่ 2 ชั้นแยกจากกัน ชั้นแรกคือไขมันใต้ผิวหนังที่อยู่ชั้นตื้น และอีกชั้นคือไขมันกระพุ้งแก้ม (Buccal Fat Pad) ที่อยู่ชั้นลึกกว่า โดยมีกล้ามเนื้อมากั้นอยู่ตรงกลางระหว่างไขมันทั้ง 2 ชั้น ไขมันกระพุ้งแก้มนี้จะอยู่ติดกับช่องปากด้านในมาก
การฉีดสลายไขมันหรือเมโสแฟตจะเข้าถึงได้แค่ไขมันใต้ผิวหนังชั้นตื้นเท่านั้น เพราะเข็มฉีดไม่สามารถทะลุผ่านกล้ามเนื้อเข้าไปถึงไขมันกระพุ้งแก้มชั้นลึกได้ ดังนั้น ถ้าต้องการกำจัดไขมันกระพุ้งแก้มจริงๆ วิธีที่ได้ผลดีที่สุดคือการตัดไขมันกระพุ้งแก้มออก โดยจะผ่าตัดเข้าทางช่องปากด้านใน ข้อดีของการตัดคือไขมันกระพุ้งแก้มจะแทบไม่มีโอกาสกลับมาสะสมอีก ทำให้ได้ผลชัดเจนและถาวร
เปรียบเทียบ 2 วิธี ฉีดสลายไขมัน VS ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม
| หัวข้อเปรียบเทียบ | การฉีดเมโสแฟต (Meso Fat) | การผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม |
| วิธีการ | ใช้เข็มฉีดตัวยาสลายไขมันเข้าชั้นผิว | ผ่าตัดเล็กผ่านช่องปากเพื่อนำก้อนไขมันออก |
| ความเจ็บ | น้อย (อาจมีอาการตึงขณะฉีด) | มากกว่า (เจ็บแผลผ่าตัด/บวมช้ำหลังทำ) |
| แผล/ร่องรอย | ไม่มีแผล มีเพียงรอยเข็มเล็กๆ | มีแผลเย็บด้านในกระพุ้งแก้ม |
| ระยะเวลาเห็นผล | ประมาณ 1-2 สัปดาห์ (ต้องทำซ้ำบ่อยๆ) | เห็นผลชัดเจนใน 1-3 เดือน (หลังยุบบวม) |
| ความคงทน | ไม่ถาวร ไขมันกลับมาได้หากน้ำหนักเพิ่ม | ถาวร ไขมันส่วนที่ตัดออกไม่กลับมาอีก |
| ความเสี่ยง | ตัวยาไม่ได้มาตรฐานอาจทำให้อักเสบ | หน้าตอบเกินไป, ใบหน้าไม่เท่ากัน, แก้ไขยาก |
| การพักฟื้น | ไม่ต้องพักฟื้น ใช้ชีวิตได้ตามปกติ | พักฟื้น 3-7 วัน ต้องดูแลแผลในปากเป็นพิเศษ |
ถ้ามีปัญหาแก้มไม่เท่ากัน ตัดไขมันกระพุ้งแก้มช่วยไหม ?
คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับ การตัดไขมันกระพุ้งแก้ม
กรณีเคยฉีดแฟตมาแล้ว ยังสามารถตัดไขมันกระพุ้งแก้มได้ เนื่องจากไขมันอยู่คนละตำแหน่งกัน ใครที่ต้องการตัดไขมันกระพุ้งแก้มหายห่วงได้
ทุกการผ่าตัดไม่ว่าจะผ่าตัดเล็กหรือผ่าตัดใหญ่ ย่อมมีความเสี่ยงอยู่แล้ว เช่น การกระทบกับเส้นประสาท ท่อน้ำลาย เส้นเลือดแดงที่อยู่บริเวณใกล้เคียง ขึ้นอยู่กับความชำนาญของแพทย์แต่ละคน ถ้าเป็นการผ่าตัดโดยศัลยแพทย์ตกแต่งที่มีความชำนาญและมีประสบการณ์สูง ความเสี่ยงที่จะไปกระทบกับส่วนเหล่านี้ก็จะน้อยลงมาก


นักเขียนบทความสุขภาพ รัตตินันท์ คลินิก ทำหน้าที่ ค้นคว้าและตรวจสอบงานวิจัยล่าสุด ทั้งเรื่องผิวหนัง สารออกฤทธิ์ เลเซอร์ และศัลยกรรมความงาม เพื่อนำความรู้ที่ซับซ้อนเหล่านั้นมา แปลให้เป็นภาษาที่เข้าใจง่าย ถูกต้อง และเชื่อถือได้ เป้าหมายหลักคือการทำให้ข้อมูลทุกชิ้นที่คลินิกสื่อสารออกไปนั้น มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ (Evidence-based) เพื่อให้คุณผู้อ่านสามารถ ตัดสินใจเลือกการดูแลผิวหรือหัตถการได้อย่างมั่นใจและเหมาะสม โดยไม่ถูกชี้นำเกินจริง และเข้าใจถึงกลไกที่แท้จริงเบื้องหลังผลลัพธ์นั้น ๆ