ปากกระจับ ผ่าตัดหรือฉีดฟิลเลอร์ดี เลือกแบบไหนดี เรื่องควรรู้ก่อนทำศัลยกรรมปาก

ปากกระจับ ฉีดฟิลเลอร์

ปากกระจับ ในปัจจุบันทรงปากกระจับ หรือปากปีกนก ก็ยังคงเป็นที่นิยมสำหรับสาวๆ ที่ชอบให้ปากดูมีสเน่ห์น่าหลงใหล ดูสวยและเป็นธรรมชาติ ไม่หนา ไม่บางจนเกินไป ซึ่งจะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับสาวๆ ได้ การทำปากกระจับจะช่วยให้ใบหน้าดูหวาน มีมิติและเซ็กซี่ขึ้น ทำได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง

โดยเฉพาะผู้หญิงหรือผู้ชาย ที่มีปัญหาริมฝีปากปากหนา ปากใหญ่ หรือปากไม่เท่ากันบางครั้งก็เป็นปัญหาสำหรับหลายๆ คน เพราะสิ่งเหล่านี้ส่งผลให้เกิดความไม่มั่นใจในตัวเอง ซึ่งการศัลยกรรมปาก ปัจจุบันเป็นที่นิยมอย่างมาก เพราะทำให้ได้ทรงปากที่สวย ใบหน้าดูเด็กลงและอ่อนหวานมากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยเสริมโหงวเฮ้งให้กับคุณได้อีกด้วย

ในขณะที่ความชอบ และรสนิยมของคนมันไม่เหมือนกัน ดังนั้นในการที่จะทำปากกระจับออกมาให้ดูเป็นธรรมชาติ ไม่บางเกินไป ดูสวยหวานละมุน และถูกใจเรานั้น ก็ต้องขึ้นอยู่กับเทคนิคของแพทย์แต่ละคน ก็ต้องดูให้ดี เลือกให้ดีว่าจะใช้วิธีไหน เพราะอาจไม่ใช่ทุกคนที่เหมาะจะทำปากกระจับ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวิเคราะห์ว่ารูปทรงปากเดิม เหมาะที่จะทำปากกระจับหรือไม่ ปากบางเกินไปหรือปากหนาอยู่แล้ว แพทย์จะช่วยประเมินว่าคนไข้ควรใช้การผ่าตัดไปเลย หรือเพียงแค่ฉีดฟิลเลอร์ปากก็เพียงพอแล้ว

การทำ ปากกระจับ มีกี่วิธี

สัดส่วนของริมฝีปากที่สวยงาม ปากควรมีความหนาพอประมาน โดยเฉพาะบริเวณเนื้อปากส่วนกลาง ควรมีความอวบอิ่ม ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดแต่งริมฝีปาก หรือการฉีดฟิลเลอร์เพื่อเติมเต็มริมฝีปาก ก็ยึดสัดส่วนเดียวกัน และต้องดูสัดส่วนโดยรวมทั้งใบหน้า สัดส่วนของริมฝีปากต่อใบหน้าส่วนล่าง สุดท้ายสัดส่วนของริมฝีปากระหว่างปากบนต่อปากล่างที่เหมาะสมคือ 1:1.6-1.8

การทำปากกระจับนั้น มีอยู่ 2 วิธี หลักๆ โดยแพทย์จะประเมินจากรูปทรงปากของคนไข้ ว่าเหมาะกับวิธีใด

1. การผ่าตัดตกแต่งริมฝีปาก

โดยวิธีนี้ จะเหมาะกับคนที่มีรูปทรงปากที่ค่อนข้างหนา หนามาก หรือยื่นมากผิดปกติ รูปทรงที่นิยมในปัจจุบันคือทรง ปากกระจับ หรือปากทรงปีกนก โดยแพทย์จะผ่าตัดเนื้อเยื่อด้านในออกบางส่วน โดยจะฉีดยาชาเฉพาะที่แล้วตัดส่วนเกินออก หลังจากนั้นแพทย์จะเย็บปิดแผล และซ่อนแผลเป็นให้อยู่ในเนื้อเยื่ออ่อนด้านในของริมฝีปาก ทำให้มองไม่เห็นแผลเป็นเวลายิ้ม เมื่อทำเสร็จแล้วก็สามารถกลับบ้านได้เลย หลังผ่าตัดแผลก็จะบวมประมาณ 1-2 สัปดาห์ ดูปากยังไม่เป็นทรง ต้องรอยุบบวม ซึ่งวิธีนี้ก็จะได้ทรงปากที่ถาวร ไม่ต้องมาทำบ่อยๆ แต่การผ่าตัด ก็ต้องใช้เวลาพักฟื้นที่นานกว่าการฉีดฟิลเลอร์

2.การฉีดฟิลเลอร์ปากกระจับ

เป็นการเติมสารฟิลเลอร์เข้าไปในเนื้อปากเพื่อให้ได้รูปทรงกระจับที่สวยงาม เหมาะกับคนที่มีเนื้อปากบางอยู่แล้ว หรือเนื้อปากไม่หนามาก และไม่ต้องการที่จะไปผ่าตัด การฉีดต่อครั้งก็จะใช้ฟิลเลอร์ประมาณ 1 ซีซี เพื่อปรับแต่งทรง ใช้เวลาทำและพักฟื้นไม่นานเหมือนการผ่าตัด โดยอาจจะมีรอยช้ำหรือบวมได้ประมาณ 5-7 วัน แต่ถ้าไม่ชอบสามารถฉีดสลาย หรือฉีดใหม่ได้ แต่ผลไม่ได้อยู่ถาวรเหมือนกับการผ่าตัด โดยทั่วไปผลก็จะอยู่ได้ประมาณ 12-18 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดของฟิลเลอร์ที่ฉีด และเมื่อฟิลเลอร์สลายก็ต้องมาฉีดแต่งทรงใหม่

แต่ไม่ว่าจะเป็นการทำปากกระจับโดยวิธีใด ก็ควรเลือกทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ มีความชำนาญ ทำในโรงพยาบาลหรือคลินิกที่ได้มาตรฐาน สะอาด ปลอดภัย น่าเชื่อถือ ร่วมกับดูจากรีวิวจากคนไข้ที่มาใช้บริการจริง สุดท้ายคือมีราคาสมเหตุสมผล

ศัลยกรรมปากกระจับ
กลับสู่สารบัญ

การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัด ปากกระจับ

  1. แจ้งประวัติการแพ้ยา การใช้ยาหรืออาหารเสริมในปัจจุบันก่อนเข้ารับการผ่าตัด หากมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หอบ โรคหัวใจ ควรปรึกษาแพทย์ที่ดูแล และแจ้งแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดด้วย
  2. ห้ามงดยาควบคุมความดัน ยาควบคุมเบาหวาน รวมถึงยาเพื่อการรักษาโรคประจำตัวเดิม ไม่ต้องอดอาหาร ควรรับประทานอาหารให้ไม่อิ่มเกินไป ควรแปรงฟันให้สะอาดก่อนผ่าตัด
  3. งดแอสไพริน (aspirin), ไอบิวโพรเฟน (ibuprofen) และวิตามินอี ประมาณ 2 อาทิตย์ก่อนเข้ารับการผ่าตัด
  4. งดสูบบุหรี่ก่อน-หลังผ่าตัด 2 อาทิตย์

ผ่าตัดตกแต่งริมฝีปาก ปากกระจับ ต้องพักฟื้นกี่วัน

  1. สำหรับการทำศัลยกรรมปากนั้น ควรจะพักประมาณ 3-5 วัน เพื่อจะได้ดูแลทำความสะอาดแผล และประคบแผลได้เต็มที่ โดยจะต้องดูแลความสะอาดของแผล ดูแลความสะอาดในช่องปากเป็นพิเศษ เพราะในช่องปากมีเชื้อโรค อาจจะทำให้แผลติดเชื้อได้
  2. การรับประทานอาหารในช่วงแรก ควรทานคำเล็กๆ หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด เช่น เผ็ด เปรี้ยว เค็ม เลี่ยงอาหารที่ร้อนจัด ควรรอให้เย็นลงก่อนค่อยรับประทาน และเมื่อทานเสร็จต้องทำความสะอาดแผล ทำความสะอาดช่องปากทันที เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
  3. งดสูบบุหรี่ ประมาน 14 วัน หลังผ่าตัด
  4. งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอร์ ประมาน 14 วัน หลังผ่าตัด
  5. หลีกเลี่ยงการขยับปากกว้างมากๆ เพราะแผลจะกระทบกระเทือนได้
  6. ดื่มน้ำสะอาดโดยการใช้หลอดดูด
  7. โดยปกติ ควรตัดไหม ในเวลา 5-7 วันหลังผ่าตัด อย่างช้าที่สุดไม่ควรเกิน 10 วัน เพื่อป้องกันการเกิดแผลเป็น ตามรอยเย็บ
  8. ปากจะยุบบวมเข้าที่ โดยปกติ ประมาน 1-3 เดือน

วิธีลดการบวมของแผล

การบวมถือเป็นเรื่องปกติหลังการผ่าตัด และเป็นหนึ่งในกระบวนการการหายของบาดแผล แต่บวมมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับการดูแลของตัวคนไข้เองด้วย โดยปกติหลังทำศัลยกรรม ปากจะค่อยๆบวมขึ้น และบวมมากที่สุดในวันที่ 3-4 หลังการผ่าตัด วิธีการแก้ไขเพื่อลดอาการบวม คือต้องประคบเย็น 3-4 วันแรก โดยประคบตรงบริเวณริมฝีปาก นอกจากนั้น การขยับริมฝีปากให้น้อย การหมั่นทำความสะอาดแผล การงดอาหารรสจัด การทานยาลดบวม  ก็สามารถช่วยลดอาการบวม ได้เช่นกัน

กลับสู่สารบัญ

ฉีดฟิลเลอร์ปากมาแล้ว สามารถผ่าตัด ปากกระจับ ได้หรือไม่

สำหรับคนไข้ที่ผ่านการฉีดฟิลเลอร์มาแล้ว ต้องการทำปากกระจับสามารถทำได้ แต่ต้องฉีดสลายฟิลเลอร์มาก่อน แล้วหลังจากนั้น ประมาน 1 เดือน ก็สามารถมาทำการผ่าตัดตกแต่งริมฝีปากได้ แต่ปัญหาที่พบบ่อยๆ คือ คนไข้มักได้รับการฉีดฟิลเลอร์ ที่ไม่ได้มาตรฐาน (อาจเป็นของปลอม หรือของหิ้ว) บางครั้งถึงแม้คนไข้จะไปฉีดสลายมาแล้ว ก็มักจะหลงเหลืออยู่มาก อาจจะก่อให้เกิดปัญหาหรือมีภาวะแทรกซ้อนตามมาได้ในภายหลัง

ศัลยกรรม ปากกระจับ

ติดต่อสอบถามได้ที่

กลับสู่สารบัญ

การเตรียมตัวก่อน ฉีดฟิลเลอร์ ปากกระจับ

  1. ควรงดยาแอสไพริน (aspirin),ยาแก้ปวดลดอักเสบไอบิวโพรเฟน (ibuprofen), วิตามินต่างๆ เช่น น้ำมันปลาสารสกัดใบแปะก๊วย, โสม, สารสกัดเมล็ดองุ่น, กระเทียมสกัด, primrose oil และ Vitamin E เป็นเวลา 1 สัปดาห์ก่อนทำ
  2. งดดื่มแอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมง
  3. งดกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีด 24 ชม. ก่อนทำ เช่น เข้าซาวน่า ออกกำลังกายชนิดคาดิโอ
  4. หากมีโรคประจำตัว หรือมียาที่กินเป็นประจำ ควรเตรียมข้อมูลไว้เพื่อแจ้งกับแพทย์ก่อนที่จะทำหัตถการ

วิธีดูแลหลัง ฉีดฟิลเลอร์ ปากกระจับ

  1. ควรงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเครื่องดื่มร้อนๆ อย่างน้อย 48 ชั่วโมง เพราะอาจเกิดทำให้ปากเกิดอาการบวมหรืออักเสบได้ง่าย
  2. หลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณที่ฉีด งดการทำกิจกรรมหรือการออกกำลังหนักๆ ที่จะทำให้ปากเสียรูปทรงอย่างน้อย 48 ชั่วโมง
  3. ไม่ควรดึงหรือลอกหนังริมฝีปาก เพราะจะเป็นการทำลายผิวริมฝีปาก ทำให้ผิวเก็บกักน้ำและความชุ่มชื้นไว้ได้น้อยลง
  4. ควรดื่มน้ำมากๆ เพื่อเพิ่มการอุ้มน้ำของฟิลเลอร์ การดื่มน้ำมากๆ ช่วยให้ฟิลเลอร์ฟูขึ้น และอยู่ได้นานขึ้น
  5. หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ อย่างน้อย 48 ชั่วโมง เพราะอาจจะทำให้รูปทรงที่ฉีดเป็นปากกระจับอาจจะผิดรูปได้

ภาวะแทรกซ้อน จากการฉีดฟิลเลอร์ริมฝีปาก ที่อาจเกิดขึ้นได้

  • ฟิลเลอร์ไปอุดตันในเส้นเลือดในบริเวณที่ฉีด ทำให้ผิวหนังบริเวณริมฝีปากขาดเลือดมาเลี้ยง ถ้าไม่ได้รับการแก้ไขได้ทัน ก็ทำให้เกิดเนื้อตายในบริเวณริมฝีปากได้
  • ฉีดแล้วเกิดเป็นก้อน เป็นลำ เป็นคลื่น ไม่เรียบ หรือฉีดลึกเข้าไปกองบริเวณด้านในของเยื่อบุริมฝีปาก ทำให้ไม่สวยงาม และดูไม่เป็นธรรมชาติ
  • สามารถเกิดการอักเสบ ติดเชื้อได้ ผิวหนังชั้นตื้นและชั้นลึก ถ้าหากไม่ได้ฉีดตามหลักเทคนิคปราศจากเชื้อ (sterile technique) ตามหลักทางการเเพทย์ หรือใช้ฟิลเลอร์ปลอม
  • หากฉีดฟิลเลอร์ปลอม หรือสารต้องห้ามบางชนิด เช่น ซิลิโคนเหลว สามารถมีภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว ร่างกายจะต่อต้านสิ่งแปลกปลอม ทำให้เกิดเป็นก้อนกดเจ็บ โตผิดรูป หรือมีการติดเชื้อซ้ำๆ ได้
  • ทุกการผ่าตัด ทุกหัตถการ สามารถมีภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้นได้เสมอ

บทความที่เกี่ยวข้อง

  • เรื่องน่ารู้ การฉีด ฟิลเลอร์ ดีอย่างไร อันตรายหรือไม่