ผ้าอนามัย มีกี่แบบและแต่ละแบบแตกต่างกันอย่างไร?

ผ้าอนามัย มีกี่แบบ

สำหรับผ้าอนามัยเป็นสิ่งหนึ่งที่ผู้หญิงเราหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยที่จะต้องใช้ในทุกๆเดือน ซึ่งบางคนค่อนข้างที่จะสับสนว่า แบบไหนดี แบบไหนจะเหมาะสมมากที่สุด  เนื่องจากว่าปัจจุบันนี้มักมีการออกแบบผ้าอนามัยมาให้เห็นกันอยู่บ่อย ๆ และไม่แปลกเลยที่หากใครจะมีความสงสัยว่าผ้าอนามัยมีกี่รูปแบบกันแน่ และแต่ละรูปแบบใช้กันอย่างไร ไม่รอช้า ไปทำความเข้าใจกันเลยดีกว่า

ปัจจุบันนี้ผ้าอนามันมี 9 แบบด้วยกันที่ทั้งออกแบบมาเพื่อให้เหมาะกับแต่ละคน รวมถึงช่วงเวลาที่ควรใช้ ซึ่งจะมีดังนี้

1.ผ้าอนามัยแบบบาง

ผ้าอนามัยแบบบางเหมาะสำหรับประจำเดือนใกล้จะหมดหรือช่วงวันสุดท้ายของการเป็นประจำเดือนหรือจะใส่ตอนเป็นตกขาวก็ได้ หรือ ผู้ที่ถ่ายแบบ สวมใส่ชุดบิกินีผ้าอนามันชนิดนี้ก็สามารถช่วยปกปิดร่อง(กลีบอูฐ)ได้

2.ผ้าอนามัยมีปีก

มีปีกก็เอาไว้ร็อคกับกางเกงชั้นในเพื่อไม่ให้กางเกงชั้นในขยับเขยื้อนและการประจำเดือนซึมออกด้านข้างแต่หากว่าวันนั้นของเดือนมาม่าเกินไปก็คิดว่าน่าจะกันซึมไม่ค่อยอยู่

3.ผ้าอนามัยแบบไม่มีปีก

แบบไม่มีปีกทำออกมาให้เหมาะสมสำหรับผู้ขี้รำคาญ ไม่ชอบให้เกิดการเสียดสีกับขาหนีบเพราะทำให้ไม่สะดวกต่อการเดิน รวมไปถึงผู้ที่มีภาวะของการแพ้ผ้าอนามัยด้วย

4.ผ้าอนามัยแบบกลางคืน

แบบกลางคืนก็จะถูกออกแบบมาได้ค่อนข้างยาว บางยี่ห้อก็ยาวขึ้นไปถึง 40 เซนติเมตร เนื่องจากว่าการนอนของแต่ละคนซึ่งบางคนก็นอนตะแคงบางคนนอนหงาย ทำให้โอกาสของประจำเดือนทะลุหรือซึมเปื้อนได้ ***แนะนำว่าช่วงที่เป็นประจำเดือนควรจะนอนตะแคงแม้ว่านอนในแต่ละคืนจะไม่ค่อยรู้ตัวแต่พยายามหันตะแคงไว้จะดีมากๆ ***

5.ผ้าอนามัยแบบกลางวัน

ชื่อก็บอกแล้วว่าแบบกลางวันกลางวันส่วนใหญ่เรามักจะทำกิจกรรมอยู่เสมอ ไม่ว่าจะงานอดิเรก การเดินไปเดินมา การยืน เมื่อไม่ได้นอนประจำเดือนก็ไม่ได้ไหลไปข้างหลัง ประจำเดือนก็จะไหลลงมาเพียงตรงกลาง และถูกทำออกมาแบบสั้นๆก็เพื่อให้ได้ทำกิจกรรมได้อย่างมั่นใจว่าประจำเดือนจะไม่ไหลไปด้านหน้าหรือด้านหลัง

6.ผ้าอนามัยแบบซักได้

บางคนเชื่อว่าประจำเดือนเป็นสิ่งที่ไม่ดีหรือสกปรกควรเลือกผ้าอนามัยที่ใช้แล้วทิ้งน่าจะปลอดภัยสุดแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่ผู้ที่ต้องการจะใช้ด้วยโดยเฉพาะผู้ที่ห่วงเรื่องโลกร้อน ประหยัด ก็จะเรียกผ้าอนามัยแบบซักได้และถามว่าผ้าอนามัยแบบซักได้นั้นดียังไง แน่นอนว่าประหยัดไม่เสียเงินซื้อผ้าอนามัยในทุกๆเดือน แต่ก็ต้องขยันซักนิดนึงเปลี่ยนทุกๆ 3-4 ชั่วโมงแล้วผ้าอนามัยแบบซักได้ก็แนะนำว่าให้ซื้อน้ำยาสำหรับซักผ้าเด็กมาซัก เพื่อไม่ให้เกิดการระคายเคืองต่อผิว เสร็จจากการซักก็นำไปตากแดดให้แห้งเพียงตากแดดบ่อยๆตากแดดให้มากๆเพื่อให้ UV ได้ฆ่าเชื้อ

7.ผ้าอนามัยแบบสอด

ผ้าอนามัยชนิดนี้เหมาะกับผู้ที่ชอบทำกิจกรรมไม่ว่าจะออกกำลังกายหรือมีโอกาสเสี่ยงในการเปียกเช่นว่ายน้ำไม่ชอบใส่ผ้าอนามัยแบบปกติการใส่ผ้าอนามัยแบบสอดจะช่วยให้เรารู้สึกเหมือนไม่ได้ใส่เหมือนไม่ได้เป็นประจําเดือนแต่แนะนำว่าไม่ควรใส่ตอนนอนเนื่องจากจะเกิดการหมักหมมได้และไม่ควรใส่เกิน 4 ชั่วโมง

8.ผ้าอนามัยแบบถ้วย

ผ้าอนามัยแบบถ้วยราคาก็ค่อนข้างที่จะสูงแต่สามารถอยู่ได้นานถึง 10 ปีเลยเนื่องจากว่าเป็นถ้วยซิลิโคน แต่หลังจากใช้เสร็จก็แนะนำให้ทำความสะอาดด้วยน้ำสบู่หลังจากนั้นก็เอาไปลวกในน้ำเดือดเพื่อฆ่าเชื้ออีกรอบหนึ่ง

ผ้าอนามัยแบบถ้วย เป็นที่รู้จักในต่างประเทศในระยะหนึ่ง ส่วนในประเทศไทยก็ได้ถูกพูดถึงเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเริ่มมีการนำเข้ามาใช้ ถ้วยอนามัยเป็นถ้วยซิลิโคนสำหรับใส่เข้าไปในช่องคลอดเพื่อรองรับประจำเดือนเมื่ออยู่ในช่วงวันนั้นของเดือน ซึ่งรูปแบบตามท้องตลาดก็มีหลากหลายให้เลือกใช้ ซึ่งในแบบซิลิโคนก็จะพบว่ามีโอกาสการแพ้ที่น้อยมาก

วิธีการใส่

1.บีบและ2.พับ การพับก็มีหลายรูปแบบที่นิยมที่สุดคือ แบบ Punch Down เนื่องจากจะเป็นแบบที่นิยมที่สุดแล้วตำแหน่งที่ทำการใส่เข้าไปก็ค่อนข้างเล็ก

การใส่ผ้าอนามัยแบบถ้วยที่ถูกต้อง

1เซนติเมตร ใต้ปากมดลูก แต่ไม่ควรลึกจนเกินไปเพราะอาจจะเกิดการเลอะได้ หรืออย่างน้อยให้จุกของผ้าอนามัยโผล่มาได้เพียงเล็กน้อยก็พอ

9.ผ้าอนามัยแบบกางเกง

อ่านด้วยความเข้าใจ หลายๆคนก็จะเห็นเป็นภาพของ Pampres (แพมเพิร์ส ) ซึ่งเราก็ไม่ปฎิเสธว่าจะคล้ายคลึงกันเหมาะสมมาก ๆ หากที่จะใช้ในช่วงเวลากลางคืนเพราะต่อให้สรีระการนอนแบบไหนไม่ว่าจะตะแคงซ้าย ขวา นอนหงายนอนคว่ำ ก็ไม่เลอะแน่นอนแนะนำว่าเหมาะที่สุดในตอนกลางคืนส่วนหากจะใส่ในตอนกลางวันก็อาจจะรู้สึกอึดอัดได้

และทั้งหมดนี้ก็เป็นผ้าอนามัยทั้ง 9แบบที่สาวๆ ควรจะรู้เอาไว้ว่าแต่ละแบบควรจะใช้อย่างไร และควรใช้ตอนไหน หากบทความนี้จะเป็นประโยชน์ให้กับสาว ๆ หลาย ๆ คนก็อย่าลืมแชร์เพื่อเป็นการบอกต่อแก่คนรอบข้างด้วยนะ

Reference

  1. Cusick, G.E., Hearle, J.W.S R.I.C.Michie,Peters R.H., and Stevenson P.J., Physicalproperties of some commercial non-wovenfabrics. year Pages 53 & 62
  1. Zimbabwe People 2008, http://www.theodora.com/wfbcurrent/zimbabwe/zimbabwe_people.html, [Viewed 02 April2008].