ออฟฟิศซินโดรม พังผืดเรื้อรัง รักษาด้วยคลื่น Shockwave ไม่เจ็บ ไม่ต้องผ่าตัด

shock wave รักษาอาการ ออฟฟิศซินโดรม

ออฟฟิศซินโดรม (office syndrome) หนึ่งในโรคยอดฮิตของคนวัยทำงาน ซึ่งมีสาเหตุจากหลายปัจจัย เช่น สภาพแวดล้อมในการทำงาน พฤติกรรมการนั่งทำงานที่ไม่เหมาะสม กล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อทำงานซ้ำๆ จนเกิดเป็นพังผืดขึ้นมา ซึ่งส่งผลเสียต่อกระดูกและกล้ามเนื้อ มีอาการเจ็บปวด ปวดตึงบริเวณบ่า ไหล่ คอ ในบางคนอาการปวดลุกลามไปเป็นปวดหัวเรื้อรัง

ซึ่งการเป็นออฟฟิศซินโดรม สามารถรักษาได้หลากหลายวิธี ตั้งแต่การปรับพฤติกรรม ออกกำลังกาย หรือจะเลือกการรักษาด้วยวิธีทางเลือก ซึ่งการรักษาด้วยพลังงานคลื่นกระแทก Shockwave therapy รักษาออฟฟิศซินโดรม (office syndrome) สลายพังผืด ได้โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่เจ็บ ไม่ช้ำ ไม่แสบผิว ความปลอดภัยสูง นอกจากนี้ยังสามารถสลายพังผืดหลังการศัลยกรรม เช่น หลังการดูดไขมัน สลายเซลลูไลท์ ผิวเปลือกส้มได้ดีอีกด้วย

Shockwave (คลื่นกระแทก) คืออะไร ?

เดิมที คลื่นกระแทก เป็นเทคโนโลยีที่ถูกนำมาใช้ทางการแพทย์เพื่อรักษาโรค ซึ่งคลื่นที่ใช้จะความจำเพาะในการรักษา โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องดมยา มีความปลอดภัยสูง และไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายของผู้ป่วย ส่วนใหญ่จะใช้ สลายนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ นิ่วในไต ทำให้ก้อนนิ่วแตกสลาย และหลุดออกมาพร้อมกับการปัสสาวะ เป็นต้น

ซึ่งคลื่นกระแทกนอกจากจะช่วยรักษาโรคได้แล้ว ยังมีคุณสมบัติเด่นทางชีวภาพอีกหลากหลาย จึงได้มีการพัฒนาต่อ จนสามารถนำคลื่นกระแทกมาใช้รักษาโรคอื่นๆ ได้อีกมากมาย เช่น ภาวะกล้ามเนื้อ เนื้อเยื่อ เอ็น กระดูก (Musculoskeletal Medicine) ที่เกิดการบาดเจ็บหรืออักเสบ, กล้ามเนื้อตึงจมยึด (myofascial pain หรือ trigger point), สลายพังผืด, โรครองช้ำ (Plantar Fasciitis), เอ็นร้อยหวายอักเสบ (Achilles tendonitis) ฯลฯ อีกทั้งถูกนำมาใช้รักษาเฉพาะทางในงานเวชศาสตร์ฟื้นฟู กายภาพบำบัด รวมถึงช่วยบำบัดโรคยอดฮิตอย่าง ออฟฟิศซินโดรม (office syndrome) ได้อีกด้วย

โดยทั่วไปแล้ว คลื่นกระแทก มีด้วยกัน 2 ประเภท คือ

  1. Radial shockwave (RSWT) เป็นคลื่นกระแทกที่เกิดจากการอัดอากาศปริมาณสูง (Pneumatic compression or ballistic type) ทำให้เกิดแรงกดอัด โดยคลื่นจะเคลื่อนตัวด้วยความเร็วเหนือเสียง (Acoustic wave) ความแรงของคลื่นจะอยู่บริเวณผิวชั้น Dermis และ Epidermis ซึ่งภายในชั้นเหล่านี้จะมีคอลลาเจนและอีลาสตินอยู่เป็นจำนวนมาก จากนั้นกระจายแผ่วงกว้างลงไปยังเนื้อเยื่อด้านล่างต่อไป
  2. Focus shockwave (FSWT) เป็นคลื่นกระแทกที่เกิดจากแรงอัดที่ได้จากการกระตุ้นไฟฟ้า กับผลึกคริสตัล (Piezoelectric crystal) ใช้ยิงลงลึกเฉพาะผิวด้านในเพื่อทำการรักษา เช่นบริเวณ กระดูก ไต ฯลฯ

ถึงแม้คลื่นทั้ง 2 ประเภทนี้จะเป็น คลื่นกระแทกเหมือนกัน แต่กลไลการทำงานจะแตกต่างกันตาม ตำแหน่งและการลงลึกของชั้นผิว บริเวณที่ทำการรักษา

shock wave therapy
กลับสู่สารบัญ

Shockwave therapy คืออะไร ?

Shock wave therapy (ช็อคเวฟ เธอราพี) คือ คลื่นกระแทกในระดับคลื่นเสียง (Acoustic wave – Soft wave) ใช้การรักษาหรือบำบัดอาการปวดเรื้องรัง การอักเสบ บริเวณกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ โดยคลื่น Shockwave จะทำให้เกิดพลังกดอัดอากาศ คลื่นกระแทกนี้จะมีคุณสมบัติเฉพาะ คือเมื่อทำการปล่อยคลื่นผ่านชั้นผิวหนัง ลงไปยังเนื้อเยื่อชั้นลึก คลื่นกระแทกจะส่งผลให้เกิดผลทางชีวภาพ (ฺBiological effects) ที่สำคัญ คือ

ซึ่งผลลัพธ์ที่ตามมาหลังจากทำการรักษาด้วยคลื่นกระแทก (Shockwave therapy) คือสามารถลดอาการปวด (Pain relief) ทำให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย (Muscle relaxation) กระตุ้นการไหลเวียนเลือดขนาดเล็ก (Increase microcirculation) เพิ่มและเร่งกระบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่บาดเจ็บต่างๆ (Enhancement and speeding of healing process)

เครื่อง shock wave

กลไกการทำงานของ Shockwave therapy

ขณะทำการรักษาด้วย Shockwave ซึ่งเป็นการปล่อยพลังงานคลื่นกระแทกผ่านชั้นผิวหนัง ลงไปยังเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง บริเวณที่เกิดการอักเสบหรือบาดเจ็บ และทำการกระตุ้น-เร่งให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นเกิดการซ่อมแซม ฟื้นฟู อาการบาดเจ็บหรืออักเสบ (Re-injury) ซึ่ง Shockwave จะมีเทคโนโลยีที่ชื่อว่า high peak pressure เป็นแรงอัดอากาศที่มากพอในการ treatment ลงไปยังผิวหนังหรือเนื้อเยื่อชั้นลึกๆ ได้

เช่น ชั้นไขมัน (Fat) ชั้นกล้ามเนื้อ (Muscle) โดยไม่ทำลายผิวชั้นบน (Epidermis / Dermis) และไม่ก่อให้เกิดอาการบาดเจ็บใดๆ บนผิวหนังชั้นบน (Comfortable of skin) ส่งผลให้ผู้ป่วยไม่รู้สึกแสบผิว หรือเจ็บดีดๆ ที่ผิว เหมือนเครื่อง Shock wave ทั่วไป ขณะทำจะมีความรู้สึกแค่ตึงๆ ตื้อๆ บริเวณที่เป็นพังผืดใต้ผิวหนัง โดยขณะการรักษาจะค่อยๆ ปรับความแรงขึ้นตามลำดับ เพื่อให้รู้สึกสบายขณะทำ และด้วยความละเอียดของระดับค่าพลังงาน จะสามารถปรับระดับได้เหมาะสมกับผู้ป่วยมากที่สุด

การปล่อยคลื่นพลังงาน shock wave

ประโยชน์ของ Shock wave therapy

อย่างที่กล่าวข้างต้นว่า การรักษาด้วย Shockwave therapy หรือคลื่นกระแทกนั้น จะมีผลทางชีวภาพ ที่ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายซ่อมแซม ซ่อมสร้าง ฟื้นฟู อาการบาดเจ็บหรือการอักเสบต่างๆ

  • กระตุ้นให้เกิดการสร้างหลอดเลือดใหม่ (Neovascularization) เพื่อซ่อมแซมเซลล์ (cell) ที่บาดเจ็บ หรือในบริเวณที่เป็นพังผืดที่เลือดเลี้ยงไม่ถึง ได้ดีมากยิ่งขึ้น
  • กระตุ้นการสร้าง Growth factors ในผิวหนังชั้น plasma membrane (เยื้อหุ้มเซลล์) เพื่อช่วยเพิ่มจำนวนของเซลล์ในการสร้างเนื้อเยื่อ (Fibroblast)
  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ (Collagen) ทำให้ผิวแข็งแรง เพื่อเร่งกระบวนการซ่อมสร้างเนื้อเยื่อ และการเรียงตัวของคอลลาเจน ที่เป็นระเบียบมากยิ่งขึ้น
  • กระตุ้นการสร้างอีลาสติน (Elastin) เพื่อช่วยสร้างความยืดหยุ่นในชั้นผิว จัดเรียงตัวเองใหม่

ติดต่อสอบถาม ปรึกษาแพทย์
ผ่านช่องทางไลน์ หรือโทรศัพท์

086-570-7040 086-323-4040
คลิ๊ก ติดต่อไลน์ รับส่วนลด
คลิ๊ก ติดต่อ messenger Facebook
กลับสู่สารบัญ

Shockwave therapy เหมาะกับใคร ออฟฟิศซินโดรม

  • คนที่เป็นโรค ออฟฟิศซินโดรม (office syndrome)
  • คนที่เกิดพังผืดหลังการดูดไขมัน และหลังการทำศัลยกรรม
  • โรคนิ้วล็อค

คนที่ห้ามทำ Shockwave therapy

  • หญิงตั้งครรภ์
  • ผู้ที่มีภาวะหลอดเลือดเปราะ
  • ผู้ที่มีภาวะเลือดแข็งตัวช้า (Hemophlia)
  • ผู้ที่เป็นโรคมะเร็ง หรือเนื้องอก
  • ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องต่างๆ
  • ผู้ที่เป็นไข้ หรือไม่สบาย ไม่ควรเข้ารับการรักษา
shock wave therapy ทำบริเวณใดได้บ้าง

Shockwave สามารถทำบริเวณไหนได้บ้าง

Shock wave สามารถรักษาได้หลายส่วนในร่างกาย โดยจะเป็นการรักษาอาการปวดเรื้อรัง สลายพังผืด หรือลดอาการอักเสบบริเวณกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ

  • หลัง / หลังคอ
  • ต้นแขน
  • ต้นขา
  • หน้าท้อง
  • ก้น
  • นิ้ว
  • เท้า

บริเวณใดที่ไม่ควรทำออฟฟิศซินโดรม

  • บริเวณหน้าอก ปอด เพราะอาจเกิดความเสี่ยง ปอดแตกได้
  • หลังหู เพราะเสี่ยงเกิด หูดับ
shock wave ช่วยเรื่องอะไรบ้าง

ภาพเปรียบเทียบ : ผิวหนังชั้นต่างๆ ที่อยู่ในภาวะปกติ กับ เนื้อเยื่อแผลเป็น หรือ พังผืด

กลับสู่สารบัญ

Shockwave therapy ช่วยสลายผังผืด หลังดูดไขมัน ได้อย่างไร ?

Shockwave therapy มีคุณสมบัติเด่นอีกหนึ่งอย่างคือช่วยในการสลายผังผืด ซึ่งสามารถนำมาใช้ในวงการศัลยกรรมความงามได้ โดยเฉพาะการนำคลื่น Shockwave มาใช้ในการสลายพังผืด ที่มักจะเกิดขึ้นหลังจากการดูดไขมัน

ด้วยเทคโนโลยีของคลื่น Shockwave ซึ่งเป็นคลื่นที่ปล่อยผ่านแรงกระแทกในระดับคลื่นเสียง (Acoustic wave) คลื่นจะผ่านชั้นผิวหนังลงไปยังเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง เพื่อสลายเนื้อเยื่อแผลเป็น หรือพังผืดในระดับเซลล์ และกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวบริเวณนั้นถูกซ่อมแซม ผิวหนังกลับมาเรียบเนียนดังเดิม อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นสร้างหลอดเลือดใหม่ ทำให้บริเวณที่เป็นพังผืด จากเดิมเส้นเลือดไม่สามารถเข้าถึง ให้กลับมามีเลือดไหลเวียนได้ปกติ

เนื้อเยื่อ (Tissue) ปกติในร่างกายจะถูกสร้างขึ้นจากคอลลาเจน (Collagen) และอีลาสติน (Elastin) ที่เรียงตัวกันเป็นริ้วๆ (เรียงกันเป็นระเบียบ) และมีรูปแบบที่สม่ำเสมอ โดยหน้าที่หลักของคอลลาเจนและอีลาสติน คือการช่วยให้เนื้อเยื่อกระชับ หดตัว และสร้างความยืดหยุ่น ซึ่งหลังจากดูดไขมันโดยวิธีใดๆ ก็ตาม ถือเป็นการนำของเหลวออกไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้นผลที่ตามมมาคือชั้นผิวหนังจะสูญเสียรูปทรง และอาจมีเนื้อเยื่อแผลเป็นใต้ผิวหนัง หรือที่เรียกว่า พังผืด (Scar Tissue) ผิวเป็นริ้วๆ ไม่เรียบ ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้หลังจากการดูดไขมัน

shock wave กับ ผิวเปลือกส้ม

Shockwave ช่วยลดเซลลูไลท์ (Cellulite) ได้จริงหรือไม่ ?

เซลลูไลท์ (Cellulite) คือ การสะสมของไขมันที่เป็นของเหลวและของเสียทั้งคั่งค้างอยู่ในเนื้อเยื่อ จนเกิดเป็นชั้นๆ คลื่นๆ อยู่ในเนื้อเยื่อที่เชื่อมต่ออยู่ใต้ผิวหนังชั้นบนสุด และถ้าหากร่างกายไม่สามารถขับไขมัน และของเสียออกไปได้ จนเกิดการสะสมและมีขนาดของไขมันที่ใหญ่ขึ้น จนเบียดชั้นผิวหนัง ทำให้ผิวหนังกลายเป็นริ้ว เป็นคลื่น ที่เรียกว่า ผิวเปลือกส้ม นั่นเอง และสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า จะมากหรือน้อยตามปริมาณของการสะสมของไขมัน โดยส่วนมากจะเห็นได้ชัดบริเวณ ต้นขา ขาด้านหลัง สะโพก เป็นต้น

Shockwave therapy ช่วยลดเซลลูไลท์ โดยการใช้คลื่นในความถี่และความแรงที่เหมาะสม ส่งลื่นเข้าไปกระแทกให้ไขมันแตกตัว ไม่จับตัวกันเป็นกลุ่มก้อน อีกทั้งช่วยทำให้ระบบการไหลเวียนของเลือดดีขึ้น และขับออกผ่านทางระบบน้ำเหลืองได้มากขึ้นด้วยกลไกธรรมชาติ อีกทั้งทำให้ผิวเป็นคลื่น รอยแตกลาย กลับมาเรียบ กระชับ จากกลไกของการกระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสตินด้วย

shock wave therapy ช่วยลดเซลลูไลท์

ข้อดีของการทำ Shockwave therapy

  • ไม่เจ็บ ไม่ช้ำ ไม่แสบผิว
  • ให้ความรู้สึกสบายผิว และผ่อนคลายขณะทำการรักษา
  • ไม่เกิดอันตรายต่อผู้ป่วย เพราะใช้กลไกของคลื่นเสียง Acoustic wave ซึ่งเป็น soft wave
  • มีคุณสมบัติเด่นด้านเทคโนโลยีใหม่! เรียกว่า High Peak Presure ไม่ทำลายผิวชั้นนอก (ชั้นบน) แต่สามารถทำการรักษา (treatment) ได้ลงลึกถึงผิวชั้นใน
  • เป็นที่ยอมรับและใช้กันแพร่หลายในต่างประเทศ
  • เครื่อง Shock wave รุ่นนี้ สามารถปรับระดับได้มากถึง 6 Bar (มากที่สุดในตลาด ณ ขณะนี้) จึงสามารถเลือกใช้และปรับระดับพลังงานในการรักษา ให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละคน ผลลัพธ์ชัดเจนกว่า *เหมาะในการรักษากรณีคนที่มีพังผืดปริมาณมาก
  • มี applicator ที่หลายหลาย สามารถเลือกใช้กับพื้นที่ที่แตกต่างกันได้ (6mm, 10mm, 15mm, 20mm)
  • ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องถอดเสื้อผ้า สามารถทำการรักษาผ่านเสื้อผ้าได้เลย
  • ช่วยสลายพังผืด สลายไขมัน และทำให้ผิวเป็นคลื่นหลังดูดไขมัน ให้กลับมาเรียบ กระชับ
  • นอกจากนี้ยังมีความสามารถที่ช่วย ลดรอยแตก (เช่น ก้นลาย , หน้าท้องแตกหลังคลอด) สลายแฟตเซลล์ (Cellulite) หรือผิวเปลือกส้ม
เครื่อง shock wave
กลับสู่สารบัญ

ภาวะแทรกซ้อนหลังการรักษา

การทำ Shockwave ไม่ส่งผลเสียต่อร่างกาย หากได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี ไม่ทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายและผิวหนัง

Shock wave ต้องทำกี่ครั้ง

โดยทั่วไปแล้ว คลื่น Shockwave เป็นกลไกในการเร่งกระบวนการซ่อมแซม-ซ่อมสร้างของเนื้อเยื่อต่างๆ ดังนั้น แนะนำให้ทำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง เพื่อทิ้งให้มีระยะในการฟื้นตัวของเนื้อเยื่อต่างๆ และผลการรักษาจะเห็นได้ชัดเจนมากขึ้นหลังจากการรักษา 4-5 ครั้ง ขึ้นไป ขึ้นอยู่กับความรุนแรง และตำแหน่งของพังผืด หรือบริเวณที่เกิดการบาดเจ็บ หรืออักเสบ

Shockwave ทำแล้วไม่ได้ผล

กรณีที่ทำการรักษาด้วยคลื่นกระแทกแล้วไม่ได้ผล หรืออาการไม่ดีขึ้น อาจมีผลมาจาก

  • สถานที่ให้บริการ ไม่ชำนาญในการใช้เครื่องมือ หรือรักษาไม่ถูกวิธี
  • ยิงจำนวน shot มากหรือน้อยเกินไปกว่าที่ร่างกายของผู้ป่วยต้องการ ทำให้ไม่เกิดการกระตุ้น หรือถูกกระตุ้นมากเกินไปของเซลล์
  • ผู้ป่วยไม่เข้ารับรักษาอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง ผลลัพธ์จะออกมาดีและจะชัดเจนต่อเมื่อได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ตามคำแนะนำและการวินิจฉัยของแพทย์

Shockwave หรือคลื่นกระแทกเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการรักษาโรคบางชนิดแบบไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผลเป็น ไม่เจ็บ และผิวไม่ช้ำ ฯลฯ แต่อย่างไรก็ตามต้องขึ้นอยู่กับดุลยพินิจ และการวินิจฉัยโรคของแพทย์ด้วย ว่าควรรักษาด้วยวิธีใด จึงจะเหมาะสมกับผู้ป่วย เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

ติดต่อสอบถาม ปรึกษาแพทย์
ผ่านช่องทางไลน์ หรือโทรศัพท์

086-570-7040 086-323-4040
คลิ๊ก ติดต่อไลน์ รับส่วนลด
คลิ๊ก ติดต่อ messenger Facebook

รายละเอียดการรักษา

Alert :  แนะนำให้ทำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ผลการรักษาจะเห็นได้ชัดเจนมากขึ้นหลังจากการรักษา 4-5 ครั้งขึ้นไป ขึ้นอยู่กับความรุนแรง และตำแหน่งของพังผืด หรือบริเวณที่เกิดการบาดเจ็บ หรืออักเสบ

บรรยากาศ รัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์

สะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐานสากล
พร้อมด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ประสบการณ์กว่า 22 ปี

ติดต่อสอบถาม ปรึกษาแพทย์
ผ่านช่องทางไลน์ หรือโทรศัพท์

086-570-7040 086-323-4040
คลิ๊ก ติดต่อไลน์ รับส่วนลด
คลิ๊ก ติดต่อ messenger Facebook