Shock wave (คลื่นกระแทก) คืออะไร?
ประเภทของ Shockwave มีอะไรบ้าง?
-
Radial shock wave (RSWT)
-
Focus shock wave (FSWT)
Shock wave therapy คืออะไร?
กลไกการทำงานของ Shock wave therapy
ประโยชน์ของ Shock wave therapy
-
กระตุ้นให้เกิดการสร้างหลอดเลือดใหม่ (Neovascularization)
-
กระตุ้นการสร้าง Growth factors ในผิวหนังชั้น plasma membrane (เยื้อหุ้มเซลล์)
-
กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ (Collagen) ทำให้ผิวแข็งแรง
-
กระตุ้นการสร้างอีลาสติน (Elastin)
Shockwave therapy เหมาะกับใคร
- คนที่เป็นโรค ออฟฟิศซินโดรม (office syndrome)
- คนที่เกิดพังผืดหลังการดูดไขมัน และหลังการทำศัลยกรรม
- โรคนิ้วล็อค
คนที่ห้ามทำ Shockwave therapy
- หญิงตั้งครรภ์
- ผู้ที่มีภาวะหลอดเลือดเปราะ
- ผู้ที่มีภาวะเลือดแข็งตัวช้า (Hemophlia)
- ผู้ที่เป็นโรคมะเร็ง หรือเนื้องอก
- ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องต่างๆ
- ผู้ที่เป็นไข้ หรือไม่สบาย ไม่ควรเข้ารับการรักษา
Shockwave สามารถทำบริเวณไหนได้บ้าง
- หลัง / หลังคอ
- ต้นแขน
- ต้นขา
- หน้าท้อง
- ก้น
- นิ้ว
- เท้า
บริเวณใดที่ไม่ควรทำออฟฟิศซินโดรม
- บริเวณหน้าอก ปอด เพราะอาจเกิดความเสี่ยง ปอดแตกได้
- หลังหู เพราะเสี่ยงเกิด หูดับ
ภาพเปรียบเทียบ : ผิวหนังชั้นต่างๆ ที่อยู่ในภาวะปกติ กับ เนื้อเยื่อแผลเป็น หรือ พังผืด
Shockwave therapy ช่วยสลายพังผืด หลังดูดไขมัน ได้อย่างไร ?
Shockwave ช่วยลดเซลลูไลท์ (Cellulite) ได้จริงหรือไม่ ?
ข้อดีของการทำ Shockwave therapy
- ไม่เจ็บ ไม่ช้ำ ไม่แสบผิว
- ให้ความรู้สึกสบายผิวและผ่อนคลายขณะทำการรักษา
- ไม่เกิดอันตรายต่อผู้ป่วย เพราะใช้กลไกของคลื่นเสียง Acoustic wave ซึ่งเป็น Soft wave
- มีคุณสมบัติเด่นด้านเทคโนโลยีใหม่ เรียกว่า High Peak Presure ไม่ทำลายผิวชั้นนอก (ชั้นบน) แต่สามารถทำการรักษา (treatment) ได้ลงลึกถึงผิวชั้นใน
- เป็นที่ยอมรับและใช้กันแพร่หลายในต่างประเทศ
- เครื่อง Shock wave รุ่นนี้ สามารถปรับระดับได้มากถึง 6 Bar (มากที่สุดในตลาด ณ ขณะนี้) จึงสามารถเลือกใช้และปรับระดับพลังงานในการรักษา ให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละคน ผลลัพธ์ชัดเจนกว่า *เหมาะในการรักษากรณีคนที่มีพังผืดปริมาณมาก
- มี Applicator ที่หลายหลาย สามารถเลือกใช้กับพื้นที่ที่แตกต่างกันได้ (6mm, 10mm, 15mm, 20mm)
- ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องถอดเสื้อผ้า สามารถทำการรักษาผ่านเสื้อผ้าได้เลย
- ช่วยสลายพังผืด สลายไขมัน และทำให้ผิวเป็นคลื่นหลังดูดไขมันให้กลับมาเรียบกระชับ
- นอกจากนี้ยังมีความสามารถที่ช่วยลดรอยแตก (เช่น ก้นลาย, หน้าท้องแตกหลังคลอด) สลายแฟตเซลล์ (Cellulite) หรือผิวเปลือกส้ม
Shock wave หรือคลื่นกระแทกเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการรักษาโรคบางชนิดแบบไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผลเป็น ไม่เจ็บ และผิวไม่ช้ำ ฯลฯ แต่อย่างไรก็ตามต้องขึ้นอยู่กับดุลยพินิจ และการวินิจฉัยโรคของแพทย์ด้วย ว่าควรรักษาด้วยวิธีใด จึงจะเหมาะสมกับผู้ป่วย เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
คำถามที่พบบ่อย
ภาวะแทรกซ้อนหลังการรักษา ด้วย Shockwave
การทำ Shockwave ไม่ส่งผลเสียต่อร่างกาย หากได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี ไม่ทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายและผิวหนัง
Shockwave ต้องทำกี่ครั้ง?
โดยทั่วไปแล้ว คลื่น Shock wave เป็นกลไกในการเร่งกระบวนการซ่อมแซม-ซ่อมสร้างของเนื้อเยื่อต่างๆ ดังนั้น แนะนำให้ทำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง เพื่อทิ้งให้มีระยะในการฟื้นตัวของเนื้อเยื่อต่างๆ และผลการรักษาจะเห็นได้ชัดเจนมากขึ้นหลังจากการรักษา 4-5 ครั้ง ขึ้นไป ขึ้นอยู่กับความรุนแรง และตำแหน่งของพังผืด หรือบริเวณที่เกิดการบาดเจ็บ หรืออักเสบ
Shock wave ทำแล้วไม่ได้ผล เกิดจากสาเหตุอะไร
กรณีที่ทำการรักษาด้วยคลื่นกระแทกแล้วไม่ได้ผล หรืออาการไม่ดีขึ้น อาจมีผลมาจาก
- สถานที่ให้บริการ ไม่ชำนาญในการใช้เครื่องมือ หรือรักษาไม่ถูกวิธี
- ยิงจำนวน shot มากหรือน้อยเกินไปกว่าที่ร่างกายของผู้ป่วยต้องการ ทำให้ไม่เกิดการกระตุ้น หรือถูกกระตุ้นมากเกินไปของเซลล์
- ผู้ป่วยไม่เข้ารับรักษาอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง ผลลัพธ์จะออกมาดีและจะชัดเจนต่อเมื่อได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ตามคำแนะนำและการวินิจฉัยของแพทย์
Shockwave Therapy คืออะไร
Shock wave therapy เป็นการใช้คลื่นในการรักษาอาการปวด หรือการอักเสบเรื้อรัง ตามส่วนต่างๆ ของร่ายกาย โดยไม่ก่อให้เกิดอาการบาดเจ็บ ผิวหนังช้ำ ไม่มีแผลหลังการรักษา การรักษาด้วย Shockwave จะช่วยทำให้ร่ายกายเกิดการบาดเจ็บ จนเกิดการซ่อมแซมเนื้อเยื่อขึ้นมาใหม่บริเวณที่มีการอักเสบหรือปวดเรื้อรัง
คลื่นกระแทกของ Shockwave ต่างจากเครื่องอื่นอย่างไร
- เครื่อง Shock wave จะมี applicator หรือ หัวที่ใช้ยิงเพื่อทำการรักษาที่หลายหลาย สามารถเลือกใช้กับพื้นที่ที่แตกต่างกันได้
- เครื่อง Shock wave มีระบบที่เรียกว่า High Peak Presure ซึ่งจะไม่ทำลายผิวชั้นนอก (ชั้นบน) แต่สามารถทำการรักษา (treatment) ได้ลงลึกถึงผิวชั้นใน
- เครื่อง Shock wave สามารถปรับระดับได้มากถึง 6 Bar (มากกว่าทุกเครื่องในตลาด ณ ตอนนี้) ข้อดีคือ สามารถเลือกใช้และปรับระดับพลังงานในการรักษาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละคนได้ โดยไม่ก่อให้เกิดอาการบาดเจ็บ
เวลาในการรักษา ขึ้นอยู่กับจำนวนช็อต
ไม่เจ็บ ไม่มีแผล ไม่ต้องผ่าตัด
ไม่ทำให้เกิดอันตรายต่อ ร่างกายและผิวหนัง
ไม่ต้องพักฟื้น สามารถกลับบ้านได้เลย
Alert : แนะนำให้ทำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ผลการรักษาจะเห็นได้ชัดเจนมากขึ้นหลังจากการรักษา 4-5 ครั้งขึ้นไป ขึ้นอยู่กับความรุนแรง และตำแหน่งของพังผืด หรือบริเวณที่เกิดการบาดเจ็บ หรืออักเสบ
บรรยากาศ รัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์
สะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐานสากล
พร้อมด้วยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการ
ประสบการณ์กว่า 24 ปี



นักเขียนบทความสุขภาพ รัตตินันท์ คลินิก ทำหน้าที่ ค้นคว้าและตรวจสอบงานวิจัยล่าสุด ทั้งเรื่องผิวหนัง สารออกฤทธิ์ เลเซอร์ และศัลยกรรมความงาม เพื่อนำความรู้ที่ซับซ้อนเหล่านั้นมา แปลให้เป็นภาษาที่เข้าใจง่าย ถูกต้อง และเชื่อถือได้ เป้าหมายหลักคือการทำให้ข้อมูลทุกชิ้นที่คลินิกสื่อสารออกไปนั้น มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ (Evidence-based) เพื่อให้คุณผู้อ่านสามารถ ตัดสินใจเลือกการดูแลผิวหรือหัตถการได้อย่างมั่นใจและเหมาะสม โดยไม่ถูกชี้นำเกินจริง และเข้าใจถึงกลไกที่แท้จริงเบื้องหลังผลลัพธ์นั้น ๆ