ความดันปกติเท่าไหร่? เช็กค่าความดันมาตรฐานแต่ละช่วงวัย พร้อมวิธีดูแลไม่ให้เสี่ยงโรค

Rattinan Clinic
หลายคนเพิ่งเริ่มหันมาสนใจค่าความดันก็ตอนที่มีอาการปวดหัว มึนงง เหนื่อยง่าย หรือไปตรวจสุขภาพแล้วพบว่าตัวเลขบนเครื่องวัดเริ่มสูงผิดปกติ ทั้งที่ความจริงแล้ว ความดันโลหิตคือหนึ่งในสัญญาณสำคัญที่สะท้อนสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพราะต่อให้ยังไม่มีอาการชัดเจน แต่ถ้าความดันสูงต่อเนื่องเป็นเวลานาน ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงทั้งโรคหัวใจ อัมพฤกษ์ อัมพาต รวมถึงโรคไตเรื้อรังได้โดยไม่รู้ตัว ปัญหาคือหลายคนยังไม่แน่ใจว่าจริง ๆ แล้วความดันปกติเท่าไหร่? ตัวเลขแบบไหนเรียกว่าเริ่มเสี่ยง บทความ รัตตินันท์ คลินิก นี้จะทุกคนพาไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับตารางค่าความดันมาตรฐานแต่ละวัย ไปจนถึงวิธีดูแลตัวเองให้ความดันอยู่ในเกณฑ์ดีแบบยั่งยืน
Highlight 
  • ค่าความดันปกติสำหรับผู้ใหญ่ทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 120/80 mmHg
  • ความดันสูงระยะแรกมักไม่มีอาการ แต่เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจ อัมพฤกษ์ และโรคไต
  • คนที่มีน้ำหนักเกิน อ้วนลงพุง หรือเป็นโรคเมตาบอลิก มีโอกาสเกิดความดันสูงมากกว่าปกติ
  • การวัดความดันอย่างสม่ำเสมอช่วยให้ตรวจพบความเสี่ยงได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
  • ปรับพฤติกรรมเรื่องอาหาร น้ำหนัก การนอน และการออกกำลังกาย สามารถช่วยควบคุมความดันได้ในระยะยาว

ความดันปกติเท่าไหร่? ทำความเข้าใจตัวเลขบนเครื่องวัดความดัน

เวลาวัดความดันโลหิต เรามักเห็นตัวเลข 2 ค่า เช่น 120/80 mmHg ซึ่งหลายคนอาจจำได้แค่ว่ายิ่งต่ำยิ่งดี แต่ความจริงแล้วตัวเลขทั้งสองมีความหมายต่างกัน และใช้ประเมินการทำงานของหัวใจกับหลอดเลือดร่วมกัน ค่าตัวบน (Systolic Blood Pressure) คือแรงดันเลือดขณะที่หัวใจบีบตัวเพื่อส่งเลือดไปเลี้ยงร่างกาย เป็นค่าที่บอกความดันในหลอดเลือดแดงช่วงหัวใจทำงานเต็มที่ ส่วนค่าตัวล่าง (Diastolic Blood Pressure) คือแรงดันเลือดในช่วงที่หัวใจคลายตัวและพักระหว่างจังหวะการเต้น ซึ่งช่วยบอกความยืดหยุ่นของหลอดเลือดและภาระการทำงานของหัวใจ

ตารางค่าความดันปกติอยู่ที่เท่าไหร่ในแต่ละช่วงวัย

อยากรู้ว่าค่าความดันปกติเท่าไหร่ ต้องรู้ก่อนว่าแต่ละช่วงวัยต่างก็มีค่าความดันที่ต่างกันออกไป เพราะสรีระการทำงานของหัวใจ และความยืดหยุ่นของหลอดเลือดเปลี่ยนไปตามอายุ
ช่วงวัย ค่าความดันปกติ (ตัวบน/ตัวล่าง)
เด็กเล็ก 90/60 – 100/70 mmHg
วัยรุ่น / ผู้ใหญ่ 110/70 – 120/80 mmHg
ผู้สูงอายุ (60+) ไม่ควรเกิน 130/85 – 140/90 mmHg
ในผู้สูงอายุ แม้ค่าความดันอาจขยับสูงขึ้นได้ตามความเสื่อมของหลอดเลือด แต่หากเกินเกณฑ์ต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเวลานานควรได้รับการประเมินจากแพทย์ เพราะความดันสูงเรื้อรังเป็นปัจจัยสำคัญของโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยเฉพาะเมื่อเกิดร่วมกับภาวะอ้วนลงพุง น้ำตาลสูง หรือไขมันสะสมในเลือด

วิธีอ่านค่าความดันที่ถูกต้อง และระดับความเสี่ยงที่ต้องระวัง

หลายคนวัดความดันแล้วดูเพียงว่าตัวเลขสูงหรือไม่สูง แต่จริง ๆ แล้ววิธีอ่านค่าความดันต้องดูร่วมกันทั้งตัวบนและตัวล่าง รวมถึงดูแนวโน้มต่อเนื่อง ไม่ใช่อาศัยค่าจากการวัดเพียงครั้งเดียว เพราะความเครียด การพักผ่อนน้อย หรือดื่มกาแฟก่อนวัดก็อาจทำให้ค่าคลาดเคลื่อนได้ ความดันปกติเท่าไหร่ ดูได้ง่าย ๆ จากตารางด้านล่างนี้
ค่าความดัน (mmHg) การอ่านผลค่าความดัน ความเสี่ยง
น้อยกว่า 120/80 เหมาะสม ปกติ
120-129 / 80-84 ปกติ ปกติ
130-139 / 85-89 สูงกว่าปกติแต่ยังไม่เป็นโรคความดันโลหิตสูง เสี่ยง
140-159 / 90-99 โรคความดันโลหิตสูง ระดับ 1 ป่วย
160-179 / 100-109 โรคความดันโลหิตสูง ระดับ 2 ป่วย
มากกว่าหรือเท่ากับ 180/110 โรคความดันโลหิตสูง ระดับ 3 ป่วย
มากกว่า 140 / น้อยกว่า 90 โรคความดันโลหิตสูงเฉพาะค่าตัวบน ป่วย
อ้างอิง ตารางค่าความดันปกติ โดย กรมควบคุมโรค

สัญญาณอันตราย! เมื่อไหร่ที่ “ความดันสูง” เริ่มคุกคามชีวิต

ความน่ากลัวของโรคความดันสูงคือ ในระยะแรกอาจแทบไม่มีอาการ หลายคนจึงใช้ชีวิตตามปกติโดยไม่รู้ว่าหลอดเลือดกำลังรับแรงดันสูงต่อเนื่องทุกวัน จนเมื่อเกิดภาวะแทรกซ้อนแล้วจึงเริ่มมีสัญญาณเตือนชัดเจน หากเกิดร่วมกับค่าความดันสูงมาก ควรรีบพบแพทย์ทันที เพราะอาจเสี่ยงต่อภาวะหลอดเลือดสมองตีบ เส้นเลือดแตก หรือหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันได้ อาการที่พบบ่อย ได้แก่ 
  • ปวดท้ายทอย
  • มึนงง 
  • ตาพร่ามัว 
  • เหนื่อยง่าย 
  • ใจสั่น 
  • มีอาการแน่นหน้าอกผิดปกติ 
นอกจากนี้ ความดันโลหิตสูงมักไม่ได้มาเดี่ยว ๆ แต่เกี่ยวข้องกับกลุ่มโรคเมตาบอลิก (Metabolic Syndrome) ซึ่งประกอบด้วยภาวะอ้วนลงพุง น้ำตาลในเลือดสูง ไขมันผิดปกติ และภาวะดื้อต่ออินซูลิน กลุ่มอาการเหล่านี้ล้วนเพิ่มความเสี่ยงโรคเรื้อรังในระยะยาว และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้อายุสุขภาพสั้นลง

ความดันสูงกับความอ้วน ภัยเงียบที่มาคู่กัน

ทำไมคนน้ำหนักเกินถึงมักมีความดันโลหิตสูง? ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าเมื่อร่างกายมีไขมันสะสมมากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณหน้าท้อง หลอดเลือดและหัวใจจะต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกาย ส่งผลให้แรงดันในหลอดเลือดเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย ขณะเดียวกัน ไขมันสะสมยังเกี่ยวข้องกับภาวะดื้อต่ออินซูลินและการอักเสบเรื้อรัง ซึ่งเป็นกลไกสำคัญของโรคเมตาบอลิก ดังนั้น คนที่มีน้ำหนักเกินจึงมักพบปัญหาหลายอย่างพร้อมกัน ทั้งความดันสูง น้ำตาลสูง ไขมันสูง และเสี่ยงโรคหัวใจเร็วกว่าคนทั่วไป ยิ่งปล่อยไว้นาน โอกาสเกิดอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือโรคหลอดเลือดหัวใจก็ยิ่งเพิ่มขึ้น อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับภาวะเสี่ยงได้ที่ เช็กด่วน! คุณกำลังเสี่ยงโรคเมตาบอลิกหรือไม่? ภัยเงียบที่จ้องทำร้ายสุขภาพของคนทุกวัย

5 วิธีรักษาความดันปกติให้ยั่งยืนโดยไม่ต้องใช้ยา

อยากดูแลค่าความดันปกติให้คงที่อยู่เสมอ สามารถเริ่มต้นได้จากการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
  • ลดอาหารเค็มและโซเดียมสูง เช่น อาหารแปรรูป บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ของหมักดอง หรืออาหารรสจัด เพราะโซเดียมทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำและเพิ่มแรงดันในหลอดเลือด
  • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม โดยเฉพาะการลดไขมันหน้าท้อง เพราะสัมพันธ์โดยตรงกับโรคเมตาบอลิกและความดันสูง
  • ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโออย่างสม่ำเสมอ เช่น เดินเร็ว ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน หรือวิ่งเบา ๆ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 150 นาที เพื่อช่วยให้หัวใจและหลอดเลือดแข็งแรงขึ้น
  • จัดการความเครียดและพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะความเครียดเรื้อรังส่งผลต่อฮอร์โมนและทำให้ความดันสูงขึ้นได้โดยไม่รู้ตัว
  • งดสูบบุหรี่และลดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากสารในบุหรี่และแอลกอฮอล์ทำลายผนังหลอดเลือดและเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจในระยะยาว

รู้ค่าความดันปกติวันนี้ เพื่อสุขภาพที่ดีในวันข้างหน้า

สรุปแล้วค่าความดันโลหิตสะท้อนสุขภาพหัวใจ หลอดเลือด และความเสี่ยงโรคเรื้อรังได้อย่างชัดเจน ยิ่งเริ่มสังเกตและดูแลตั้งแต่เนิ่น ๆ ก็ยิ่งช่วยลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงในอนาคตได้มากขึ้น การตรวจสุขภาพเป็นประจำ จดบันทึกค่าความดันอย่างต่อเนื่อง รวมถึงควบคุมน้ำหนัก อาหาร และการใช้ชีวิต คือจุดเริ่มต้นสำคัญของการมีสุขภาพที่แข็งแรงในระยะยาว เพราะบางครั้งโรคร้ายไม่ได้เริ่มจากอาการหนัก แต่เริ่มจากค่าความดันที่สูงขึ้นทีละนิดโดยที่เราไม่ทันสังเกต รัตตินันท์ คลินิก ขอชวนคุณมาทำความรู้จักร่างกายของตัวเองอย่างละเอียด ตั้งแต่ค่าความดันโลหิตปกติ ไม่จนถึงสัดส่วนกล้ามเนื้อ ไขมันสะสม และโครงสร้างร่างกายด้วยเทคโนโลยีตรวจร่างกายรุ่นใหม่ล่าสุดอย่างเครื่อง 3D Body Scanner นวัตกรรมทางการแพทย์ที่จะช่วยวิเคราะห์สัดส่วน ไขมันสะสม และโครงสร้างร่างกายของคุณอย่างละเอียด  พร้อมแพทย์ช่วยออกแบบโปรแกรมลดหุ่น ลดไขมัน ที่เหมาะกับคุณ

แพทย์ที่เกี่ยวข้อง