อาการของ ท้องแตกลาย
สาเหตุของท้องลายเกิดจากอะไร
- การตั้งครรภ์และคลอด เนื่องจากการยืดหยุ่นของผิวหนังบริเวณหน้าท้อง ซึ่งทำให้ผิวหนังหดลงอย่างรวดเร็วหลังคลอด
- พันธุกรรม มีผู้ที่มีความเสี่ยงสูงกว่าผู้อื่นในการเกิดท้องแตกลาย
- น้ำหนักตัวเพิ่มหรือลดลงอย่างรวดเร็ว
- การใช้สารคอร์ติโคสเตียนกับผิว เช่นในการทำศัลยกรรมเสริมหน้าอก
- การเพิ่มขนาดหน้าอกด้วยซิลิโคน
- การออกกำลังกายแบบ Weight Training ทำให้กล้ามเนื้อโตขึ้นอย่างรวดเร็ว
- เกิดความผิดปกติในร่างกาย เช่น โรคมาร์แฟนหรือโรคคุชชิ่ง ที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของร่างกายอย่างรวดเร็ว
ปัจจัยเสี่ยงของท้องลาย
- เป็นผู้หญิง เช่น อาจเกิดจากการตั้งครรภ์
- ลดน้ำหนักหรือเพิ่มน้ำหนักเร็วเกินไป เนื่องจากอาจจะยืดหรือหดไม่ทัน อาจทำให้เกิดผิวแตกลายได้
- พันธุกรรมที่เป็นปัญหาเกี่ยวกับทางด้านสุขภาพ เช่น คุชชิ่งซินโดรม (Cushing’s Syndrome) เป็นผลมาจากฮอร์โมนคอลติซอลที่อาจทำให้เกิดการกินจุ กินบ่อย และอาจเกิดภาวะอ้วน มาร์แฟนซินโดรม (Marfan Syndrome) เป็นกลุ่มอาการผิดปกติของเนื้อเยื่อ โรคหนังยืดผิดปกติ (Ehlers-Danlos Syndrome หรือ EDS) โรคที่ทำให้เนื้อเยื่อเกี่ยวพันในร่างกายอ่อนแอ โดยผิวหนังจะยืดและบางจนแตกลายได้ง่าย
- กำลังเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ โดยเฉพาะบุคคลที่เจริญอาหาร และรับประทานอาหารมากจนทำให้ร่างกายท้วมหรืออ้วนเร็วเกินไป
- ตั้งครรภ์ เนื่องจากผิวหนังขยายตามไม่ทันจึงอาจส่งผลให้ผิวแตกลายได้ง่ายขึ้น
- การออกกำลังกายผิดวิธี เช่นการเพาะกายอย่างรวดเร็วอาจทำให้กล้ามเนื้อนูนและเกิดรอยแตกลายได้
- การใช้สเตียรอยด์ สเตียรอยด์สามารถลดการสร้างคอลลาเจนของผิวหนังและการสูญเสียความชุ่มชื้น
วิธีลดและป้องกันผิวแตกลาย ทวงคืนผิวเรียบเนียน
- ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดรอยแตกลายบนผิว
- หลีกเลี่ยงการอดอาหารหรือลดน้ำหนักผิดวิธี เพราะอาจทำให้เกิดการแตกลายของผิวได้
- หลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารแคลอรีสูงในช่วงตั้งครรภ์ เพราะอาจทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและเกิดไขมันสะสมบริเวณต่าง ๆ ทำให้เกิดการแตกลายของผิวได้
- เลือกรับประทานอาหารที่มีวิตามินต่าง ๆ เช่น วิตามิน A, C และสังกะสี เพื่อช่วยเสริมสร้างผิวให้แข็งแรง
- ใช้ครีมทาผิวแตกลายโดยเฉพาะในช่วงตั้งครรภ์หรือเมื่อมีอาการคันบริเวณที่ผิวแตกลาย เพื่อป้องกันรอยแตกลายสีขาวได้อย่างดี (อย่าลืมศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์ก่อนใช้)
- ใช้สครับผิวสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เพื่อผลัดเซลล์ผิวเก่าออกและกระตุ้นการผลัดเซลล์ใหม่โดยเฉพาะบริเวณที่มีความแห้งของผิว
- เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวด้วยการใช้ว่านหางจระเข้สด หรือเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น
- ดื่มน้ำให้มากขึ้นเพื่อให้ผิวของคุณชุ่มชื้น ป้องกันความแห้งกร้าน
วิธีการรักษาท้องแตกลาย รักษาอย่างไร
การรักษาท้องแตกลายด้วยเครื่องมือ
อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้รักษารอยแตกลายซึ่งมีรายงานในวารสารทางการแพทย์ว่ามีประสิทธิภาพและปลอดภัย ได้แก่ ไมโครเดอร์มาเบรชั่น เลเซอร์ และคลื่นวิทยุ การรักษาด้วยเครื่องมือเหล่านี้ต้องทำการรักษาต่อเนื่องกันหลายครั้ง โดยปกติควรทำการรักษาทุก 1-2 สัปดาห์ ติดต่อกัน 5-10 ครั้ง จำนวนครั้งของการรักษาขึ้นอยู่กับความรุนแรงของรอยแตกลายและความพึงพอใจของคนไข้ การกรอผิวด้วยเกร็ดอัญมณีออกฤทธิ์โดยการปรับสภาพผิวภายนอกให้เรียบขึ้น ส่วนเลเซอร์ และคลื่นวิทยุออกฤทธิ์โดยการปรับสภาพผิวภายนอกและกระตุ้นการสร้างเส้นใยคอลลาเจนใหม่ขึ้นการรักษาหน้าท้องลายด้วยเลเซอร์
เลเซอร์ที่ใช้กันทั่วไปในการรักษารอยแตกลายมีอยู่ 2 ประเภท ได้แก่ Fractional laser และ non-invasive laser เลเซอร์ทั้งสองมีหลักการทำงานคล้ายคลึงกัน กระตุ้นการสร้างเส้นใยคอลลาเจนใหม่เพื่อให้ผิวบริเวณนั้นเรียบเนียนขึ้น เลเซอร์ผลัดผิวชนิดที่มีการบุกรุกน้อยซึ่งใช้กันทั่วไปในปัจจุบันคือเลเซอร์ผลัดผิวแบบแบ่งส่วน เลเซอร์แบบไม่รุกรานที่นิยมมากที่สุดสำหรับการรักษารอยแตกลายคือเลเซอร์สีย้อมแบบพัล ซิ่งการรักษาด้วยเลเซอร์ทั้งสองประเภทจำเป็นต้องทำการรักษาหลายครั้ง จำนวนครั้งของการรักษามักจะประมาณ 5-10 ครั้ง ผลลัพธ์ของการผลัดผิวด้วยเลเซอร์ที่รุกล้ำน้อยกว่านั้นชัดเจนกว่าการผลัดผิวด้วยเลเซอร์แบบไม่รุกล้ำ และเช่นเดียวกันกับการรักษาวิธีอื่น ๆ การรักษาท้องแตกลายที่เกิดขึ้นใหม่ข้างต้นจะได้ผลดีกว่ารอยแตกที่เป็นมานานแล้ว อ่านเพิมเติม : รอยแตกลายมีกี่ประเภท ต้องรักษาอย่างไร ?การรักษาด้วยเลเซอร์ได้ผลดีแค่ไหน
อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น รอยแตกลายหรือท้องแตกลายเป็นแผลเป็นตื้น ๆ เมื่อเกิดขึ้นแล้วจะไม่มีทางรักษาให้เรียบเนียนเหมือนผิวเดิมได้ โดยทั่วไป ผลของการรักษาด้วยเลเซอร์ผลัดผิวแบบเปิดแผลน้อยจะเห็นผลชัดเจนกว่าแบบเปิดแผล และเช่นเดียวกันกับการรักษาวิธีอื่น ๆ ดังกล่าวข้างต้น การรักษาท้องแตกลายที่เพิ่งเริ่มเป็นใหม่ ๆ จะได้ผลดีกว่ารอยแตกที่เป็นมานาน หากเริ่มรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ เลเซอร์ปรับสภาพผิวชนิดแผลน้อยอาจสามารถทำให้สภาพรอยแตกลายดีขึ้นประมาณ 50%สิ่งที่ควรระวังในการรักษาด้วยเลเซอร์
ผลข้างเคียงที่พบบ่อยที่สุดหลังการรักษาด้วยเลเซอร์แบบแผลเล็กคือรอยคล้ำ ผลข้างเคียงนี้พบได้ประมาณ 10% ของคนไข้ โอกาสเกิดรอยคล้ำหลังการทำเลเซอร์แบบไม่เจ็บแผลก็พบเช่นกันแต่มีโอกาสน้อย รอยคล้ำหลังการทำเลเซอร์มักจะจางลงภายใน 3-6 เดือนถ้ามี หน้าท้องแตกลาย + ผิวหนังหย่อนยาน รักษาอย่างไร ?
- การลดน้ำหนัก ในคนที่เคยอ้วนมากๆ มาก่อน เมื่อน้ำหนักลดลงอาจทำให้ผิวหนังที่เคยยือตัวหดกลับได้ไม่ดีจนเกิดเป็นผิวหนังส่วนเกิน รวมถึงมีผิวแตกลายจากการที่ร่างกายถูกขยายออก
- คุณแม่หลังคลอด ส่วนใหญ่จะเกิด หน้าท้องแตกลาย มากกว่าส่วนอื่นๆ ซึ่งหลังคลอดลูกรอยแตกลายก็ยังอยู่และเห็นชัดเจน รวมถึงเกิดผิวหนังที่ขยายตัวนั้นขาดความยืดหยุ่น หดตัวกลับได้ไม่ดีอีกต่อไป
1. Morpheus8
เทคโนโลยีใหม่ที่ช่วยยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อยให้เรียบตึง-เรียบเนียนได้โดยไม่ต้องผ่าตัด รวมถึงมีคุณสมบัติในการสลายไขมันใต้ผิวหนังได้ดี ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอและลดการทำงานของเม็ดสีผิว ฯลฯ
โดยหลักการทำงานของเครื่อง Morpheus8 คือการส่งคลื่นพลังงานวิทยุผ่านหัวเข็มขนาดเล็กในการกระตุ้นใต้ชั้นผิวให้เกิดการสร้างคอลลาเจน และความร้อนจาก Fractional Microneedle RF ยังช่วยทำให้ผิวหนังเกิดการหดตัว ผิวกระชับเรียบตึงขึ้นด้วย
อ่านเพิ่มเติม :
Morpheus 8 เคลียร์รอยยับ ยกกระชับผิว
- การผ่าตัดหนังหน้าท้อง (Tummy Tuck)
- การผ่าตัดยกกระชับหน้าอก
1. ในคนที่เคยลดน้ำหนักมาก่อน มีผิวหนังหน้าอกย้วยและมีหัวนมผิดตำแหน่ง แพทย์จะเลือกใช้เทคนิค Breast Amputation คือการตัดเต้านมทิ้งทั้งหมด โดยแผลจะมีความยาวตั้งแต่กลางหน้าอก + เทคนิค Nipple Graft คือการย้ายหัวนมให้กลับมาอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม
2. คุณแม่หลังคลอดลูก สามารถเลือกทำได้ทั้ง ยกกระชับหน้าอกให้เล็กลงเพียงอย่างเดียว หรือยกกระชับหน้าอก+เสริมหน้าอก เพื่อให้นมเข้ารูป ใส่เสื้อผ้าได้สวยงามก็ได้เช่นกัน
อ่านเพิ่มเติม :
ผ่าตัดยกกระชับต้นแขน ให้เรียบตึงได้สัดส่วน
ลดขนาดหน้าอก เทคนิคใหม่ ผ่าตัดส่องกล้อง


Rattinan Team เป็นทีมเขียนบทความสุขภาพที่มีความเชี่ยวชาญในการสร้างเนื้อหาที่มีคุณภาพสูงและเป็นมิตรกับ SEO เพื่อเพิ่มการมองเห็นและการเข้าถึงของเว็บไซต์สุขภาพในผลการค้นหาของ Google ทีมงานของเราประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพที่มีประสบการณ์ในหลากหลายสาขา เช่น การแพทย์ การพยาบาล โภชนาการ และการออกกำลังกาย