เย็บกระเพาะ Overstitch รักษาโรคอ้วน โดยไม่ต้องผ่าตัดกระเพาะ ไร้แผล ฟื้นตัวเร็ว เทคนิคใหม่ปี 2021

เย็บกระเพาะ overstitch เทคนิคใหม่ ไร้แผลหน้าท้อง

Overstitch น่าจะเป็นคำใหม่ สำหรับการผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนัก เนื่องจากเทคโนโลยีในฝันแบบนี้ ยังใหม่มากสำหรับประเทศไทย ทั้งที่มีมาสักพักในต่างประเทศแล้ว

การตัดกระเพาะคืออะไร ?

  • เป็นการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะ แบบส่องกล้อง โดยมีแผลที่หน้าท้อง เพื่อทำให้กระเพาะเล็กลง เพื่อทำให้อิ่มเร็ว ทานน้อยลง และน้ำหนักลดลง
  • วิธีการผ่าตัดมีหลากหลายชนิด ตั้งแต่การใส่บอลลูนเข้าไปทำให้กระเพาะแน่น
  • จนถึงการตัดกระเพาะออกบางส่วนเพื่อให้ขนาดกระเพาะเล็กลงหรือมีการตัดต่อลำไส้ร่วมด้วย เช่นการผ่าตัดที่เรียกว่าบายพาส
  • การตัดกระเพาะเกือบทุกแบบ ยกเว้นการใส่บอลลูน จำเป็นต้องนอนค้างโรงพยาบาล
  • Overstitch เป็นการผ่าตัดแบบใหม่ เป็นการเย็บกระเพาะแทนการตัดและใส่อุปกรณ์ในช่องปากแทนผ่านหน้าท้อง

การตัดกระเพาะด้วย Overstitch คืออะไร ?

การเย็บกระเพาะด้วยโอเวอร์สติ๊ช (Endoscopic sleeve gastroplasty by Overstitch) คือ การผ่าตัดแบบใหม่ โดยอุปกรณ์การเย็บกระเพาะ (Overstitch) จะถูกสอดเข้าไปในปากขณะที่คนไข้หลับ แบบเดียวกับการทำส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหาร ดังนั้นจึงไม่มีแผลที่หน้าท้อง ต่างจาก การผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนักแบบเดิม เหมาะสำหรับคนไข้อ้วนที่ไม่สามารถลดน้ำหนัก ด้วยการควบคุมอาหารและออกกำลังกาย ราคาไม่สูงจนเกินไป

หลังการทำ กระเพาะจะถูกเย็บด้วยเข็มและไหมแบบพิเศษ โดย โอเวอร์สติ๊ช จากภายใน ทำให้กระเพาะมีขนาดเล็กลง โดยไม่ได้ตัดกระเพาะออก ทานอาหารได้น้อย อิ่มเร็ว การผ่าตัดแบบใหม่นี้ ไม่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาลหลายคืน หรือในบางกรณีสามารถทำเช้า เย็นกลับบ้านได้  ไม่ต้องดมยาสลบนาน และลดความเสี่ยงจากการผ่าตัดได้มากกว่าวิธีเดิม หลังคนไข้กลับบ้านแล้ว สามารถเริ่มต้นโปรแกรมลดน้ำหนักได้สบายมากขึ้น เนื่องจากความหิวลดลง และอิ่มนานกว่าวิธีทานยาลดความอ้วนหรือการใส่บอลลูนลดน้ำหนัก

ติดต่อสอบถาม ปรึกษาแพทย์
ผ่านช่องทางไลน์ หรือโทรศัพท์

086-570-7040 086-323-4040
คลิ๊ก ติดต่อไลน์ รับส่วนลด
คลิ๊ก ติดต่อ messenger Facebook
กลับสู่สารบัญ

Overstitch เหมาะกับใครบ้าง ?

  • คนไข้ที่น้ำหนักเกินแต่อาจจะไม่มากจนต้องการผ่าตัดกระเพาะ (BMI 28-35)
  • คนอ้วนอย่างมากระดับ super obese patients ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการผ่าตัดนานๆ
  • คนไข้ที่เคยผ่าตัดช่องท้องมาก่อนหลายครั้ง จนการผ่าตัดอีครั้งยากลำบากมากขึ้น
  • คนไข้ที่มีอวัยวะในช่องท้องที่ผิดปกติเกินไป
  • คนไข้อายุเกินเกณฑ์ผ่าตัดปกติ เช่นอายุมากกว่า 65 ปี
  • คนไข้อายุน้อยที่ยังไม่เหมาะกับการตัดกระเพาะแบบเดิม ** อันนี้ยังไม่มีข้อมูลออกมา ว่าเด็กขนาดไหน อายุเท่าไร จะเหมาะกับการผ่าตัดบ้าง
  • คนไข้ที่ไม่ต้องการการผ่าตัดด้วยหลายเหตุผล รวมทั้งความเชื่อทางศาสนาต่างๆ
  • เป็น bridging surgery ระหว่างรอการผ่าตัดกระเพาะแบบบายพาสหรือสลีฟ

ประโยชน์ของเย็บกระเพาะด้วย โอเวอร์สติ๊ช (Overstitch)

โอเวอร์สติ๊ช คือการเย็บกระเพาะแบบไร้แผล ที่จะช่วยลดน้ำหนักอย่างถาวรและสามารถลดความเสี่ยงของโรคดังต่อไปนี้

  • โรคไขมันเกาะตับ
  • โรคหยุดหายใจขณะหลับ
  • โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง
  • โรคหัวใจทำงานหนักจากความอ้วน
  • โรคข้ออักเสบที่เกิดจาก น้ำหนักเกิน
  • โรคไขมันในเลือดสูง
  • ลดความเสี่ยงขอโรคเส้นเลือดสมองแตกหรือตีบ
  • ลดความเสี่ยงของเส้นเลือดหัวใจตีบ

การเย็บกระเพาะแบบไร้แผลด้วย โอเวอร์สติ๊ช จะเหมาะกับคนไข้ที่อ้วน มีดัชนีมวลกายมาก เกิน 27.5 ขึ้นไป ซึ่งไม่สามารถลดน้ำหนักด้วยวิธีอื่นๆ แล้วไม่ได้ผล ร่วมกับมีโรคที่เกิดจากความอ้วน อีกทั้งยังเหมาะกับคนไข้ที่ได้รับการรักษาด้วยบอลลูนมาก่อน เมื่อถอดบอลลูนออกแล้วน้ำหนักขึ้น ไม่สามารถควบคุมได้

ข้อดีของการผ่าตัดวิธีนี้

  • ไม่ต้องมีแผลหน้าท้อง ไม่มีการตัดกระเพาะออกไปจริงๆ แค่เย็บเข้าหากันเพื่อให้เล็กลงเท่านั้น
  • ใช้เวลาในการผ่าตัดสั้นมาก เพียงประมาณ 60-90 นาที และไม่ต้องดมยาสลบนาน หรือบางรายไม่จำเป็นต้องให้ยาสลบใด ความเสี่ยงต่ำ
  • ฟื้นตัวเร็วกว่าการผ่าตัดชนิดอื่นๆ จึงนอนค้าง รพ. เพียง 1 คืน เพื่อเฝ้าดูอาการเท่านั้น สามารถลุกนั่ง เดิน เข้าห้องน้ำ ได้ตามปกติ
  • มีผลข้างเคียงหลังการผ่า ตามรายงานวิจัยปัจจุบันค่อนข้างต่ำส่วนใหญ่เป็นอาการเล็กน้อย เช่นคลื่นไส้อาเจียน
  • ลดผลแทรกซ้อนที่เกิดจากการผ่าตัดกระเพาะแบบปกติ เช่นการขาดสารอาหารหรือกรดไหลย้อน

ข้อเสียของ Overstitch

  • มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการผ่าตัดชนิดอื่น เนื่องจากอุปกรณ์นำเข้าราคาแพงมาก
  • น้ำหนักที่ลดลงอาจจะไม่ถาวร เหมือนการผ่าตัดอื่น เพราะไหมอาจจะหลุดหรือกระเพาะขยายขนาดเองภายหลัง
  • ไม่มีการตัดส่วนที่ควบคุมความหิวที่ติดอยู่กับผนังกระเพาะออกไป จึงทำให้อาจจะหิวเป็นปกติ แต่อิ่มเร็วเนื่องจากกระเพาะเล็กลง
  • ลดน้ำหนักได้น้อยกว่าการผ่าตัดกระเพาะแบบสลีฟหรือบายพาส
  • ยังเป็นการรักษาที่ใหม่ ซึ่งยังไม่มีผลวิจัยระยะยาวในเรื่องผลข้างเคียงจากไหมที่เย็บและการหักพับของผนังกระเพาะนานๆ
  • การเย็บอาจจะไปเกี่ยวโดนอวัยวะอย่างอื่นๆ นอกกระเพาะ หากไม่ทำการฝึกอบรมมาดีพอหรือมีทักษะในการใช้กล้องส่องกระเพาะอาหารไม่มากนัก

การเย็บกระเพาะ มีความเสี่ยงน้อยกว่า

จนถึงปัจจุบัน การเย็บกระเพาะแบบไร้แผล ยังพบว่ามีความเสี่ยงต่ำ เนื่องจากลักษณะการผ่าตัด ใช้เวลาสั้น ไม่มีแผลจากหน้าท้อง เสียเลือดน้อยมาก ไม่มีความเจ็บปวดแผลจนลุกไม่ได้ หรือ ฟื้นตัวช้า ผลข้างเคียงที่สำคัญมีเรื่องคลื่นไส้อาเจียนในช่วงต้นไม่กี่วันเท่านั้น เนื่องจากขนาดกระเพาะที่เล็กลง ซึ่งแก้ไขได้โดยการทานอาหารเหลวไปก่อน 2 อาทิตย์ ทานยาลดอาการก่อนจะค่อยๆ ปรับตัวมา ทานอาหารปกติได้ในที่สุด

ไหมจากโอเวอร์สติ๊ช ยังถูกออกแบบไม่ให้ละลายออกไปได้ง่ายๆ เพื่อความคงทนของการรักษา แต่อาจจะหลุดออกไปเองได้ เนื่องจากปกติกระเพาะจะเก่งมากในการปรับตัว หลังการเย็บกระเพาะแบบไร้แผล จะทำให้ลดน้ำหนักได้ราว 20-30% ใน 12 เดือน เช่น น้ำหนัก 100 กก จะลดลงไป 20-30 กก เป็นต้น ซึ่งอาจจะน้อยกว่าการผ่าตัดกระเพาะแบบส่องกล้อง ที่เอากระเพาะและส่วนที่ความคุมความหิวออกไปเลย ในระยะยาว ไหมที่ผูกเย็บไว้ อาจจะหลุดหรือคลายตัวออกได้เองและถูกขับถ่ายออกมา จนไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

ติดต่อสอบถาม ปรึกษาแพทย์
ผ่านช่องทางไลน์ หรือโทรศัพท์

086-570-7040 086-323-4040
คลิ๊ก ติดต่อไลน์ รับส่วนลด
คลิ๊ก ติดต่อ messenger Facebook
กลับสู่สารบัญ

เราควรเลือก ผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนัก แบบไหนดี ?

เลือกการเย็บกระเพาะแบบไร้แผล โอเวอร์สติ๊ช ดีไหม หรือ การผ่าตัดกระเพาะแบบส่องกล้อง ดีกว่า ก็ต้องเทียบความคุ้มค่า ความเสี่ยง และความคาดหวังให้ดี โดยควรที่จะเข้ามาปรึกษาศัลยแพทย์ที่สามารถทำได้ทุกวิธี ซึ่งในไทยมีแพทย์จำนวนไม่มากที่สามารถทำได้ทุกแบบ ตั้งแต่การใส่บอลลูน การเย็บกระเพาะด้วย โอเวอร์สติ๊ช การตัดกระเพาะแบบสลีฟ และการตัดกระเพาะแบบบายพาส

เพราะศัลยแพทย์ที่ทำได้ทุกวธี สามารถเลือกวิธีที่เหมาะกับแต่ละคนไข้จริงๆ ไม่บังคับให้ทำแบบใดแบบหนึ่งตามความถนัดของตัวเอง ซึ่งทุกแบบมีข้อดี ข้อเสีย มีค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกัน ไม่มีแบบไหนที่ดีที่สุด

Professor Manoel Galvao (ซ้าย) Professor Gontrand Lopez Nava (ขวา)

ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดกระเพาะ รักษาโรคอ้วน

ศัลยแพทย์ทางเดินอาหารและผ่าตัดลดน้ำหนัก ของรัตตินันท์คลินิก นอ. นพ. ปณต ยิ้มเจริญ ได้รับการฝึกอบรมเรื่องการใช้อุปกรณ์โอเวอร์สติ๊ช สำหรับใช้ทำการ เย็บกระเพาะ แบบไร้แผล มาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2017 โดยเรียนโดยตรงกับ Professor Gontrand Lopex Nava และ Professor Manoel Galvao ซึ่งทั้งสองเป็นสุดยอดศัลยแพทย์ ที่ทำการผ่า ตัดเย็บกระเพาะ ด้วยโอเวอร์สติ๊ช มากที่สุดคนหนึ่งของโลก

เย็บกระเพาะลดน้ำหนัก Overstitch ราคาเท่าไหร่

การเย็บกระเพาะ แบบไร้แผล ในประเทศไทย ปัจจุบันได้ขึ้นทะเบียน อย. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมมีจำหน่ายอุปกรณ์ และเปิดให้ทำการรักษาได้แล้ว ส่วนเรื่องราคาเย็บกระเพาะลดน้ำหนักนี้จะมีราคาที่สูงกว่า การผ่าตัดกระเพาะแบบเดิม เช่น สลีฟ (Sleeve) หรือ บายพาส (ByPass) เนื่องจากเทคนิคใหม่ และต้องนำเข้าอุปกรณ์จากต่างประเทศทั้งหมด ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 5 แสน – 1 ล้านบาท

คำถามที่พบบ่อย เย็บกระเพาะ Overstitch

แผลผ่าตัด เย็บกระเพาะ อยู่บริเวณไหน?

เนื่องจากการเย็บกระเพาะลดความอ้วนนั้น เป็นการผ่าตัดด้วยเทคนิคใหม่ แบบส่องกล้องทางปาก จึงไม่มีแผลผ่าตัดที่หน้าท้องเลย ไม่ต้องตัดกระเพาะออก แต่ทำให้กระเพาะมีขนาดเล็กลงด้วยการเย็บด้วยเข็มและไหมแบบพิเศษ

ข้อดีของการเย็บกระเพาะลดความอ้วน
  • เจ็บน้อย ฟื้นตัวได้ไว ไม่ต้องนอนโรงพยาบาลหลายคืน ในบางกรณีสามารถทำเช้า เย็นกลับบ้านได้ ไม่ต้องดมยาสลบนาน
  • ลดความเสี่ยงจากการผ่าตัดได้มากกว่าวิธีเดิม
  • หลังคนไข้กลับบ้านแล้ว สามารถเริ่มต้นโปรแกรมลดน้ำหนักได้สบายมากขึ้น เนื่องจากความหิวลดลง และอิ่มนานกว่าการใส่บอลลูนลดน้ำหนัก
  • เมื่อน้ำหนักลดลงแล้ว โรคแทรกซ้อนต่างๆ ก็จะหายไปด้วย ทำให้สุขภาพกลับมาแข็งแรงทั้งภายในและภายนอก
เย็บกระเพาะลดน้ำหนัก เหมาะกับใคร?
  • การเย็บกระเพาะลดน้ำหนัก นั้นเหมาะกับคนที่อยากลดความอ้วน มีปัญหาสุขภาพที่มีสาเหตุมาจากความอ้วน แต่ต้องมี BMI อยู่ที่ระหว่าง 28-35
  • เหมาะกับคนที่เคยลดความอ้วน ด้วยวิธีการใส่บอลลูน มาก่อน
  • ต้องการการผ่าตัดด้วยหลายเหตุผล เช่น ปัญหาสุขภาพ รวมถึงความเชื่อทางศาสนา
เย็บกระเพาะอาหาร มีผลข้างเคียง อะไรบ้าง?

การลดน้ำหนักด้วยการผ่าตัดกระเพาะไม่ว่าจะ ทำบายพาส (By Pass) , สลีฟ (Sleeve) หรือการเย็บกระเพาะ Overtitch ผู้ที่ทำการรักษาจะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมควบคู่ไปด้วย

ทั้งการเลือกรับประทานอาหาร กินของทีมีประโยชน์ การออกกำลังกายให้ร่างกายกลับมาแข็งแรงมากยิ่งขึ้น เพราะถ้าหากผ่าตัดลดขนาดกระเพาะแล้วยังกินของมัน ของทอด ของไม่มีประโยชน์แบบเดิม การผ่าตัดที่หวังจะให้สุขภาพดี หรือน้ำหนักลดลงถาวร คงเป็นเรื่องที่ยากมาก

วิธี เย็บกระเพาะลดน้ำหนัก มีข้อเสียอะไรบ้าง
  • มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการผ่าตัดชนิดอื่น
  • ไม่มีการตัดส่วนที่ควบคุมความหิวที่ติดอยู่กับผนังกระเพาะออกไป จึงทำให้อาจจะหิวเป็นปกติ แต่อิ่มเร็วเนื่องจากกระเพาะเล็กลง
  • ลดน้ำหนักได้น้อยกว่าการผ่าตัดกระเพาะแบบสลีฟหรือบายพาส
เย็บกระเพาะลดความอ้วน ราคาเท่าไหร่?

มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการผ่าตัดชนิดอื่น เนื่องจากการเย็บกระเพาะ Overstitch นั้นเป็นเทคนิคใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในประเทศไทย (แต่มีมานานในต่างประเทศ) เครื่องมือทั้งหมดต้องนำเข้าจากต่างประเทศ อีกทั้งแพทย์ที่ทำการรักษาก็เป็นเรื่องสำคัญ ที่ห้ามมองข้ามเด็ดขาด เพราะต้องอาศัยแพทย์ที่มีฝีมือ ความชำนาญ และมากประสบการณ์ในการรักษาด้วย

References

นพ. ปณต ยิ้มเจริญ ผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนัก ทีมแพทย์ รัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์

ศัลยแพทย์ผู้ดำเนินการรักษา

น.อ นพ.ปณต ยิ้มเจริญ  (Dr. Panot Yimcharoen)

รายละเอียดการรักษา

Alert : หลังการผ่าตัดกระเพาะจะถูกเย็บด้วยเข็ม และไหมแบบพิเศษ ทานอาหารได้น้อย อิ่มเร็ว ไม่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาลหลายคืน ไม่ต้องดมยาสลบนาน และลดความเสี่ยงจากการผ่าตัดได้มากกว่าวิธีเดิม

บรรยากาศ รัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์

สะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐานสากล
พร้อมด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ประสบการณ์กว่า 22 ปี

rattinan medical centre
operating room มาตรฐานห้องผ่าตัด ตามกฏกระทรวงสาธารณสุข
ลงทะเบียน รับส่วนลดพิเศษ