ก้อนไขมันใต้ผิวหนัง (Seroma) สาเหตุเกิดจากอะไร และมีวิธีการรักษาอย่างไรบ้าง

ก้อนไขมันใต้ผิวหนัง

ก้อนไขมันใต้ผิวหนัง

หลังการดูดไขมัน จริงๆ เป็นก้อนน้ำ ที่เรียกว่า ก้อนซีโรม่า (Seroma) เป็นอาการเนื้อเยื่อที่มีการฟกช้ำจากการดูดไขมัน ทำให้น้ำในตัวจะซึมเข้าไปในเนื้อเยื่อ บวมเป็นเหมือนก้อนไตนิ่มๆ เนื่องเกิดในบริเวณที่เพิ่งดูดไขมัน ทำให้คนไข้เกิดความกังวลว่าจะเป็นอันตรายหรือไม่ รักษาอย่างไร ซึ่งไม่ใช่เรื่องอันตรายอย่างที่คิด

สาเหตุและอาการ

Seroma เป็นกลไกที่กลุ่มของของเหลวที่สร้างขึ้นใต้ผิวหนัง ไม่ต่างจากการอักเสบเวลาเกิดการกระแทกทั่วไป เช่น หัวโน หรือ หน้าบวม ที่มีการบวมน้ำ ก้อน Seroma อาจเกิดจากศัลยกรรมอื่นๆ นอกจากดูดไขมันก็ได้ เช่น ผ่าตัดหนังหน้าท้อง, เสริมหน้าอก, ตัดนมทอม, ผ่าตัดหน้าท้อง เป็นต้น

สำหรับก้อนบวมๆ หลังดูดไขมัน ต้นเหตุส่วนใหญ่มาจากอุปกรณ์ที่ใช้แรงกดมากเกินไป ที่เร่งความเร็วในการดูดไขมัน เพื่อให้งานเสร็จขึ้น ผลจากแรงกดที่มากกว่าที่ควรจะเป็น ทำให้เกิดโพรงขนาดใหญ่ ให้ของเหลวมีการสะสมใต้ผิวหนังได้ง่าย จนบวมเป็นก้อนขึ้นมา แพทย์ที่มีประสบการณ์จะมีความระมัดระวังเรื่องการใช้แรงในตอนดูดไขมันเป็นพิเศษ เพราะบ่อยครั้งจะมีปัญหาตามมาภายหลัง

การป้องกันและรักษา

สำหรับการ ดูดไขมัน ส่วนที่บวมเป็นก้อนไตแข็งๆ สามารถหายได้เองจากการนวดหลังศัลยกรรมเสร็จ แล้วใส่ ชุดกระชับหลังดูดไขมัน ช่วงกระตุ้นให้การดูดซึมกลับเข้าไปที่เดิม ถ้าไม่รีบนวดให้ก้อนแข็งๆ หลังดูดไขมันหายไป ไม่ใส่ชุดกระชับ หรือไม่กลับมาตรวจโดยแพทย์หลังดูดไขมัน จะเกิดปัญหาดังนี้

  • อาทิตย์แรกหลังดูดไขมัน ก้อนบวมน้ำจะโตขึ้นจากที่นุ่มนิ่ม อาจกลายเป็นก้อนที่แข็งเพราะเนื้อที่หุ้ม การนวดเริ่มไม่ได้ผล การรักษาเริ่มยาก
  • ผ่านไปอีกหลายอาทิตย์ ก้อนซีโรม่าจะแข็งมาก ใหญ่จนเห็นได้ชัด ไม่สามารถทำให้หายได้เอง นอกจากตัดออกเท่านั้น

ดังนั้น จึงควรพบแพทย์ตามที่นัด อย่าดูดเสร็จแล้วคิดว่าจบเลย เพราะมีบางรายที่เกิดปัญหาได้จากสภาพร่างกายของคนไข้ ส่วน การดูแลหลังดูดไขมัน ควรเลือกคลินิกที่มีการนวด ติดตามผลหลังทำศัลยกรรมเสร็จ จะช่วยลดโอกาสมีปัญหาจากการเกิด Seroma ได้

ติดต่อสอบถาม ปรึกษาแพทย์ ผ่านช่องทางไลน์ หรือโทรศัพท์

086-570-7040 086-323-4040